รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ระบุว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมมส.มีเพียงการหารือถึงการขับเคลื่อนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาในภาพรวม 6 ด้านและการพัฒนาพุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก โดยจะหารือกรอบการทำงานที่ชัดเจนกับคณะเลขาแต่ละชุดในวันที่ 8 เม.ย.นี้
นายชยพล พงษ์สีดา รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ได้ไปหารือกับพระพุทธะอิสระที่วัดอ้อน้อย และพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยเป็นการส่วนตัวนั้น โดยได้รายงานข้อมูลการพูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่ายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพศ.ให้ได้รับทราบ โดยรัฐมนตรีไม่ได้สั่งการใดๆลงมา เพียงแต่กล่าวว่า ดีแล้วที่ทำให้ทุกฝ่ายเกิดความสมานฉันท์ หากอะไรที่ทำให้เกิดความสามัคคีขึ้นได้ ก็ให้ทำต่อไป ส่วนเรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชนั้น ขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่นายสุวพันธุ์เช่นเดิม
ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา เครือข่ายพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทย ได้ออกประกาศ เรื่อง ขอนิมนต์พระสงฆ์ทั่วสังฆมณฑลลงอุกเขปนียกรรม "พุทธะอิสระ" มีใจความโดยสรุปว่า ด้วยเป็นที่ปรากฏชัดเจนต่อสาธารณะว่า พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม แม้อาศัยสงฆ์ในสังมณฑลไทย อุปสมบทในพระพุทธศาสนา เป็นผู้หัวดื้อ ว่ายากสอนยาก ได้สมคบคฤหัสถ์ ด้วยการสมคบอันไม่สมควร เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ เป็นภิกษุพาล มีอาบัติมาก มีความประพฤติเป็นที่รังเกียจต่อคณะสงฆ์
เห็นควรให้ใช้หลักพระธรรมวินัยตามที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้ ลงอุกเขปนียกรรม ยกภิกษุผู้เช่นนั้นออกจากหมู่สงฆ์จนกว่าจะละทิฐิกลับตัวกลับใจ อันจะยังความสุขสงบกลับคืนสู่สังฆมณทลและพุทธบริษัท แม้นมิอาจละทิฐิ ยังมุ่งมั่นตะเกียกตะกายทำลายสงฆ์ ควรได้รับการลงโทษสถานหนัก ประกาศปัพพาชนียกรรม ขับไล่ออกจากหมู่สงฆ์ สิ้นสุดความเป็นพระหาอาวาสมิได้
ด้วยอุกเขปนียกรรมนี้ ขอสงฆ์ทั้งปวงพึงทราบว่า ภิกษุผู้เช่นนั้น จะมิอาจร่วมสังฆกรรมใดๆ ในฐานะของสงฆ์ มีการบวชนาค และการลงอุโบสถสวดปาติโมกข์