ศุภณัฐ ฐิติกาล ผู้อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ขับรถอออกมาจากบ้านโดยมี ประดิษฐ์ชัย พันธ์ภักดี นั่งมาด้วยเพื่อจะไปทำงานย่านรังสิต มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุประมาณ 15.00 น. ขณะผ่านสัญญาณไฟเขียว รพ.ธัญบุรี มุ่งหน้าไปรังสิต มีรถยนต์ยูเทิร์นฝ่าไฟแดง และมีรถจักรยานยนต์ตำรวจไล่ตามมา จึงขับตามไป ขณะนั้นไม่รู้ว่าเป็นการไล่ติดตามคนร้าย แล้วก็หยิบโทรศัพท์ส่งให้น้องประดิษฐ์ชัยถ่ายคลิปเหตุการณ์
ขณะเกิดเหตุการณ์ปะทะกันก็พากันลงจากรถ ไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คน ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และยังปฐมพยาบาลให้แก่ญาติของคนร้ายซึ่งเป็นผู้หญิงที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ
หลังจากเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวคนร้ายได้แล้ว ผมกับประดิษฐ์ชัยก็ตามไปที่โรงพักธัญบุรี และก็ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่คนร้าย เนื่องจากคนร้ายมีบาดแผลถูกยิงที่แขนซ้าย
ประดิษฐ์ชัย พันธ์ภักดี ผู้บันทึกภาพเหตุการณ์ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ตามไปเผื่อมีเหตุรุนแรงจะได้เข้าช่วยเหลือ เมื่อถึงที่จุดเกิดเหตุก็ตกใจ แต่ก็ยังถ่ายคลิป แต่บางช่วงของเหตุการณ์ไม่สามารถบันทึกได้ เพราะต้องก้มหลบ เนื่องจากคนร้ายหันปืนมา อย่างไรก็ตามคนร้ายไม่ได้ยิงใส่มาที่รถ หลังจากนั้นก็ทำคลิปเผยแพร่
ขณะเกิดเหตุ ไม่ได้คิดเลยว่าจะโดนยิงหรือไม่ ถ่ายคลิปไปตามปกติ แต่หลังจากสถานการณ์จบลง ก็กลับมาคิดเหมือนกันว่า เราอาจจะโดนยิงแบบไม่รู้ตัว เพราะเหตุการณ์เร็วมาก ไม่เคยเผชิญเหตุการณ์กระชั้นชิดแบบนี้
พ.ต.อ.ศุภากรณ์ จันทาบุตร หัวหน้าชุดปราบไพรีอริศัตรูพ่าย กล่าวว่า การเข้าจับกุม ตอนแรกประเมินแล้วว่า ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เจ้าหน้าที่ปลอดภัยแน่นอน มีอาวุธพร้อม โล่กันกระสุน เสื้อเกราะกันกระสุนพร้อม มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย 100% ประกอบกับทราบว่า คนร้ายบาดเจ็บ ถูกยิง หากปล่อยเนิ่นนานไป สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะคนร้ายอาจจะเสียเลือดจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงเข้าปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเข้าปิดล้อมบริเวณป่าหญ้ารกร้าง โดยเจ้าหน้าที่เดินเรียงแถวหน้ากระดานเข้าไป มีโล่กันกระสุนบังกาย เคลียร์พื้นที่เข้าไปทีละนิด ทีละนิด จนกระทั่งพบตัวคนร้ายอยู่ในป่าหญ้า โดยคนร้ายอยู่ในสภาพนอนทับปืนอยู่ ไม่ได้สลบ แต่ไม่มีท่าทีต่อสู้ เนื่องจากแขนข้างหนึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ประกอบกับเจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวทำให้คนร้ายยอมจำนน มอบตัวแต่โดยดีครั้งแรก หน่วยของผมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เข้าช่วยเหลือ ซึ่งหน่วยของผมมาถึงก็เข้าตรวจค้นป่าหญ้ารกร้าง ไม่ได้ติดตามคนร้ายตั้งแต่จุดเกิดเหตุพ.ต.ต.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รักษาการแทน สว.สส.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำวจ สภ.เมืองนนทบุรี เคยพยายามเข้าจับกุมนายรุ่งโรจน์ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2558 คดียาเสพติด ที่บ้านพักใกล้กับวัดป่าเลไลย์ จ.นนทบุรี แต่นายรุ่งโรจน์หลบหนีไปได้ โดยใช้ปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดทางหลบหนี
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคนร้ายไปนั้น จะไม่รู้เลยว่า คนร้ายจะสู้ตายหรือไม่ การตัดสินใจใช้อาวุธ คนร้ายก็ตัดสินใจใช้ได้ก่อน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้อาวุธได้ก็ต่อเมื่อถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาจะเน้นย้ำอยู่เสมอว่า จะต้องใช้ความระมัดระวัง และไม่ประมาทกรณีการตั้งด่านตรวจ สภ.นนทบุรี จะมีการตั้งด่าน 2 อย่าง คือ การตั้งจุดตรวจ เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิด มีการตรวจค้นตัวบุคคล และยานพาหนะ ที่เข้าออกในพื้นที่ เพื่อหาอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมาย อีกอย่างก็คือ ตั้งด่านสกัด
การตรวจค้นบุคคลที่อยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ในรถเป็นใคร แต่คนในรถเขารู้ตัวเองดีว่ามีคดีติดตัวหรือไม่ หรือมีสิ่งของผิดกฎหมายอยู่ในรถหรือไม่