พล.ต.อ.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ที่ปรึกษา(สบ.10) รับผิดชอบด้านงานปราบปราม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตไม่เคยเดินทางมาในประเทศไทยมาก่อน ไม่มีเพื่อนหรือญาติในประเทศไทย มีการทำประกันชีวิตก่อนเดินทางประมาณ 2-3 วัน และไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ จึงมั่นใจว่าถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงให้เดินทางมาไทยก่อนลงมือฆาตกรรม หลังจากนั้นพบพยานหลักฐานว่ากลุ่มคนร้ายมีผู้ร่วมขบวนการทั้งสิ้น 4 คน มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดย นายปาร์คจุงฮี และ น.ส.โช อึน โซรี วางแผนหลอกลวงให้ผู้ตายทำประกันชีวิตที่ประเทศเกาหลี โดยมีน.ส.โช อึน โซรี เป็นผู้รับผลประโยชน์ ก่อนจัดซื้อตั๋วเดินทางให้ผู้เสียชีวิตเดินทางมาประเทศไทย จากนั้น นายปาร์คชางจู และ นายคิม โชยยอง ที่เดินทางมาประเทศไทยก่อนหน้านั้น ทำหน้าที่ไปรับ นายลี แจฮุน ก่อนลงมือฆ่าและนำศพไปทิ้งในที่เกิดเหตุ แล้วเดินทางหลบหนีกลับประเทศทันทีพล.ต.อ.หาญพล เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับมูลเหตุจูงใจในการฆาตกรรม เพื่อหวังเงินประกันชีวิตมูลค่า 300 ล้านวอน หรือประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียชีวิตกับ น.ส.โช อึน โซ รี รู้จักกันมาก่อน จึงถูกเลือกเป็นเหยื่อหรือหลอกล่อให้มาเที่ยว ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นอดีตทหารเกณฑ์ มีฐานะทางครอบครัวค่อนข้างยากจน คาดถูกหลอกให้เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางการเกาหลี สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดได้แล้ว ซึ่งนายปาร์ค ชาง จู และนายคิม โชย ยอง ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง แต่นายปาร์ค จุง ฮี และน.ส.โช อึน โซรี ยังคงให้การปฏิเสธ
ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด จะสรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นเสนออัยการสูงสุดพิจารณา พร้อมขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐเกาหลีต่อไป