เนชั่นทีวี

ข่าว

ดร.เซปิงให้ปากคำสคบ.ประเด็นโฆษณาเกินจริงทำเฟซออฟ

04 มี.ค. 2559 | te

ดร.เซปิงให้ปากคำสคบ.ประเด็นโฆษณาเกินจริงทำเฟซออฟ

ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ชั้น 5 อาคารบี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 มี.ค. ดร.เซปิง ไชยศาสน์ อายุ 38 ปีซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมความงามประธานโครงการเฟซ ออฟบาย ดร.เซปิง เดินทางพร้อมนายจำนงค์ ไชยมงคล อายุ 53 ปี ทนายความส่วนตัว เข้าพบคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีโฆษณาศัลยกรรมใบหน้าที่เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง หลังจากเลื่อนนัดจากวันที่่ 24 ก.พ.โดยคณะกรรมการใช้เวลาสอบข้อเท็จจริงประมาณ 30 นาที

จากนั้นนายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แถลงความคืบหน้าเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ดร.เซปิง ได้เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเฟซออฟประเด็นการโฆษณาผ่านสื่อมวลชน 2 กรณีคือ กรณีนายสุรชัย สมบัติเจริญ ที่เป็นคนไข้กับกรณีที่เกี่ยวข้องกับ สคบ.ตามที่มีผู้มาร้องเรียนว่า ดร.เซปิง เป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการทำศัลยกรรม แต่ปรากฎว่า นายแพทย์ที่จะทำศัลยกรรมไม่ใช่นายแพทย์ชลธิศ ตามที่ได้ตกลงกันในครั้งแรกทำให้ต้องยกเลิกสัญญากับ ดร.เซปิง จนสุดท้ายมีการไกล่เกลี่ยพูดคุยโดย ดร.เซปิง ได้ชดใช้เงินคืนให้กับผู้ร้องเรียน และทางผู้ร้องเรียนได้ขอให้ สคบ.ดำเนินการต่อ เพราะไม่มั่นใจว่า จะมีผู้เสียหายรายอื่นหรือไม่และให้ดำเนินการหามาตรการในการป้องปรามในเรื่องนี้ด้วย

ดร.เซปิงให้ปากคำสคบ.ประเด็นโฆษณาเกินจริงทำเฟซออฟ


นายอำพล กล่าวต่อว่า ประเด็นการโฆษณาคนไข้คือนายสุรชัย แม้จะออกมาให้ข่าวว่า ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย แต่ในกรณีนี้ สคบ.มีกฎหมายที่ดูแลความผิดเกี่ยวกับรัฐในภาพรวมของประเทศ หากพบว่า การโฆษณาหรือการกระทำการใดที่ผิดต่อรัฐหรือสังคมส่วนรวม สคบ.สมารถหยิบยกมาพิจารณาได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้เสียหาย ตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งทางสคบ.ได้ตรวจพบว่า ดร.เซปิง พร้อมนายสุรชัย ได้ออกรายการไทยรัฐทีวีเมื่อวันที่ 10 ก.พ. เนื้อหาในรายการที่อาจจะโฆษณาเกินจริงมีข้อความในโฆษณาว่า สามารถถอยวัยมาอยู่ที่ 35 เราจะได้ทำในสถานพยาบาลาที่มีเพียง 2 แห่งในโลกเท่านั้น หนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทยของเรา และเราเป็นหนึ่งเดียวในเอเชียแปซิฟิคที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI เคสแบบนี้เป็นเคสที่ทำได้ง่ายมาก และอายุของการทำศัลยกรรมครั้งนี้อยู่ได้ตลอดชีวิต อย่างน้อยสุด 15 ปี นี่เป็นข้อความทั้งหมดที่ทางสคบ. กำลังพิจารณาว่า เป็นการโฆษณาเพื่อประโยขน์ทางการค้าหรือไม่
เจ้าหน้าที่ สคบ.จะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการติดตามสอดส่องและวินิจฉัยการโฆษณา ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญจากแพทย์สภา ผู้เชี่ยวชาญจากสบส. ประมาณ 10 ท่านพิจารณาเข้าข่ายเป็นการโฆษณาเพื่อการค้าหรือไม่

ดร.เซปิงให้ปากคำสคบ.ประเด็นโฆษณาเกินจริงทำเฟซออฟ


นายอำพล กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการของ สคบ. จะดำเนินการเมื่อได้ข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายแล้ว สคบ.จะรวบรวมข้อเท็จจริง เสนอคณะอนุกรรมการติดตามสอดส่องและวินิจฉัยการโฆษณา ชุดที่18 โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญ จากกรมสนับสนุนบิการสุขภาพ(สบส.) และแพทย์สภา เป็นต้น มาให้ความเห็นเกี่ยวกับคำชี้แจงดังกล่าวว่า หากเป็นการโฆษณาจะพิจารณาตามมาตรา 22 ว่า เป็นข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริงหรือจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการให้บริการดังกล่าว เมื่อพิจารณาวินิจฉัยแล้วจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการว่า ด้วยการโฆษณาพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง เพื่อออกคำสั่งตามมาตรา 27 อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้
1.ให้แก้ไขข้อความหรือวิธีการโฆษณา
2.ห้ามการใช้ข้อความบางอย่างในการโฆษณา
3.ห้ามโฆษณาหร่อห้ามใช้วิธีการนั้นในการโฆษณา
4.ให้โฆษณาแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้บริโภค
ทั้งนี้หากคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาพิจารณาแล้ว เห็นว่ากระทำเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 22 และมีเจตนาที่จะใช้ข้อความในลักษณะดังกล่าวจะมีโทษตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดร.เซปิงให้ปากคำสคบ.ประเด็นโฆษณาเกินจริงทำเฟซออฟ


นายอำพล กล่าวอีกว่า ดร.เซปิง ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ได้พูดไปเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ว่ามีเจตนาอย่างไรเข้าข่ายการโฆษณาหรือไม่ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ได้เชิญตัวแทนแพทย์ที่ทำศัลยกรรมมาให้ถ้อยคำพร้อมยืนยัน ไม่เกี่ยวข้องเป็นเพียงทำหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้มีเจตนาโฆษณาและไม่ทราบว่า ถูกนำชื่อไปอ้าง ส่วนรายละเอียดการให้ข้อมูลของ ดร.เซปิง ยังไม่ขอเปิดเผยเพราะเป็นสาระสำคัญในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนก่อน โดยจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมวันที่ 11 มี.ค. คาดว่าจะทราบผลภายในสิ้นเดือนและเพื่อเป็นการป้องปราม
ทาง สคบ. ได้ร่วมกับแพทย์สภา สบส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 8 หน่วย จะมีการตั้งคณะกรรมการทำงานชุดหนึ่ง ในการเฝ้าระวังเตือน วางมาตราการป้องปรามและให้ความรู้หลกับประชาชนว่าด้วยการศัลยกรรมทั้งด้านดีและด้านลบ เพื่อไม่ให้ประชาชนหลงเชื่อจากการโฆษณาเกินจริง จึงอยากฝากถึงผู้ที่จะทำศัลยกรรมควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนการตัดสินใจ

ข่าวล่าสุด