ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างประกาศฯ ดังกล่าวกำหนดรถต่างชาติที่เข้าข่ายต้องขออนุญาต ได้แก่ รถยนต์นั่งไม่เกิน 9 ที่นั่ง (นับรวมคนขับ), รถยนต์บรรทุก (กระบะ) ที่มีน้ำหนักรถรวมบรรทุกไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม และรถจักรยานยนต์ของประเทศที่ไม่มีความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศร่วมกับประเทศไทย และกำหนดให้ผู้ที่จะนำรถยนต์เข้ามาใช้ในประเทศเป็นการชั่วคราวต้องแจ้งขออนุญาต ต่อสำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาอันเป็นที่ตั้งของด่านที่จะนำรถเข้าล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วัน และต้องเป็นการยื่นขออนุญาตผ่านผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวของไทย
โดยต้องมีหลักฐานครบถ้วน ประกอบด้วย พาสปอร์ตผู้ขอ พาสปอร์ตและใบอนุญาตขับรถของผู้ขับรถ ทะเบียนรถ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ กำหนดการท่องเที่ยว และหลักฐานเกี่ยวกับผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวของไทยที่เป็นผู้ยื่นขอแทน ซึ่งการอนุญาตให้นำรถเข้ามาใช้แต่ละครั้งจะมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน โดยมีอัตราค่าธรรมเนียม การขออนุญาตรถคันละ 500 บาท และค่าเครื่องหมายแสดงการใช้รถสำหรับติดประจำรถตลอดระยะเวลาการใช้รถในประเทศไทย โดยรถยนต์แผ่นละ 500 บาท และรถจักรยานยนต์แผ่นละ 200 บาท
นายสนิท บอกด้วยว่า กรณีผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับรถที่สามารถใช้ได้ในประเทศไทย จะต้องดำเนินการขอเทียบใบอนุญาตขับรถ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาอันเป็นที่ตั้งของด่านที่จะนำรถเข้า และต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับกฎจราจรและมารยาทในการขับรถในประเทศไทยด้วย
ทั้งนี้การใช้รถในประเทศไทยทั้งคนขับรถและผู้ได้รับอนุญาตให้นำรถเข้ามาใช้ชั่วคราว จะต้องปฏิบัติตามกฎจราจร และกฎหมายอื่นๆ ของประเทศไทย หากฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายไทยได้ทันที และจะถูกบันทึกประวัติความผิดไว้ประกอบการพิจารณาหากมีการขอนำรถเข้ามาอีกในครั้งต่อไป ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่เป็นผู้ยื่นขออนุญาตแทน ต้องมีความรับผิดชอบในการกำชับให้ผู้นำรถเข้ามาใช้ชั่วคราวปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดและปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด