นายเฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขับรถจักรยานยนต์มานานประมาณ 27 ปี ไม่ได้เป็นสมาชิกของแกร๊บ และ อูเบอร์ แต่อย่างใด เนื่องจากไม่พร้อม เพราะเขาเปิดรับกว้างเกินไป และกว่าจะผมจะได้อาชีพนี้มา เราต้องผ่านการตรวจสอบประวัติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องไปลงทะเบียนที่เขต และทำอะไรอีกหลายอย่างกว่าจะได้เข้ามาขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง กว่าจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วจูู่ๆ ใครก็ไม่รู้มาเปิดแล้วมาชวน
วินที่ประจำอยู่ ก็ทราบว่า มีสมาชิกบางคนที่แอบไปสมัครเป็นสมาชิกของแกร๊บ และ อูเบอร์ และก็มีการคุยกันว่า ไปแล้วมีปัญหา เวลาที่ไปรับผู้โดยสาร เพราะวินที่ถูกต้องไม่พอใจ ด่าทอ ประณาม ทำให้คนที่ไปไม่กล้าที่จะเข้าไปรับผู้โดยสาร ก็เหมือนว่า อาชีพของเขาแล้วจู่ๆ ไม่รู้ว่าใครมารับคนที่วินของเขาแล้วก็เป็นทะเบียนป้ายดำอีกด้วย
จริงๆ แล้ว ตามระเบียบ ผู้ที่จะมาขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ต้อง เป็นของตัวเอง และต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม รถจักรยานยนต์ต้องจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือ ป้ายเหลือง เท่านั้น และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะใช้เสื้อวินรูปแบบใหม่ ที่แสดงบัตรประจำตัวและหมายเลขประจำตัวที่ถูกต้องตรงกันตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเท่านั้น
จึงเห็นว่า ควรที่จะให้โอกาสผู้ที่ทำอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์มีโอกาสปกป้องอาชีพของตัวเอง ให้เขาสามารถทำมาหากินได้ ไม่ใช่ว่า พอเขาประกาศว่า ใครมีมอเตอร์ไซด์ก็เข้าร่วมได้ อย่างนี้เป็นสิ่งที่ผิดระเบียบ
หากจะถามว่า ไม่อยากมีรายได้เสริมหรือ ? ตรงนี้ ขอตอบว่า อยากได้ แต่การอยากได้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ที่ระบุว่า ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ มีวินสังกัด ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ ต้องลงทะเบียนที่เขต เพื่อนในวินต้องไปรับรอง
สมาชิกที่อยู่วินในย่านสยามพารากอน เคยโทรฯ มาเล่าให้ฟังว่า อยู่ๆ ก็มีคนขับขี่รถจักรยานยนต์ในสังกัดของแกร๊บมาตั้งวินๆ ข้าง พอผู้โดยสารเดินลงมา ก็โบกมือเรียกรับไปเลย แล้วก็อ้างว่า ผู้โดยสารเรียกมาทางไลน์ วินที่อยู่ตรงนั้นก็ขาดโอกาสที่จะได้ผู้โดยสาร ขาดรายได้
อย่างนี้ถือว่า จู่ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้ ใส่เสื้อพวกนี้มา แล้วบอกว่า ฉันเป็นแกร๊บ ฉันทำอะไร อย่างไรก็ได้ เพื่อบริการให้กับประชาชนที่เขาเรียกมา
ปกติวินแต่ละวิน จะมีการจัดคิววางไว้ ว่า คันไหนออกคิวไหนตามลำดับ เมื่อมีกลุ่มพวกนี้มาก็ทำให้วินที่ถูกต้องขาดรายได้
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ตามหลักการแล้ว รถจักรยานยนต์ที่สามารถนำมารับส่งผู้โดยสารได้ ต้องจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ นั่้นก็คือ ป้ายเหลือง เท่านั้น และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้เสื้อวินรูปแบบใหม่ ที่แสดงบัตรประจำตัวและหมายเลขประจำตัวที่ถูกต้องตรงกันตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเท่านั้น หากพบการนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ) มาใช้รับส่งผู้โดยสาร มีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการจัดระเบียบ กำหนดจุดจอดรถรับจ้างสาธารณะ หรือ ที่เรียกว่า วิน นั่นเอง
การดำเนินการโดยเครือข่ายผ่านแอพพลิเคชั่น ไม่ว่าจะเป็นของอะไรก็ตาม จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก เท่านั้น หากไม่ปฏิบัติตามถือว่า ผิดกฎหมาย และ อีกประการก็คือ การเรียกเก็บค่าบริการก็ต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งฯ กำหนดไว้ อย่างเช่น ไม่เกิน 2 กิโลเมตร ราคาอยู่ที่ 25 บาท กิโลเมตรต่อไป ไม่เกิน 5 กิโลเมตร กิโลเมตรละ 5 บาท หากเกิน 5 กิโลเมตร ก็เป็นไปตามที่ตกลงราคากัน
กรณีที่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่ถูกต้องอยู่แล้ว ก็สามารถอยู่ในสังกัดที่เรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นได้
ขอย้ำว่า กรณีเป็นรถป้ายดำ หรือ รถส่วนบุคคล ไม่สามารถนำมารับส่งผู้โดยสารได้ ถือว่า ผิดกฎหมาย
ถ้าผู้โดยสารใช้รถที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถใช้สิทธิคุ้มครอง สิทธิประโยชน์ เกี่ยวกับเรื่องของการให้บริการ ก็สามารถใช้กฎหมายคุ้มครองได้ อย่างเช่นกรณีอุบัติเหตุ เป็นต้น
กรณี เป็นรถป้ายเหลืองอยู่แล้ว ถูกต้องอยู่แล้วเมื่อเข้าไปอยู่ในแอพเหล่านี้ แต่ไปรับผู้โดยสารข้ามจากเขตที่สังกัด ตรงนี้ถือว่า ผิดเงื่อนไขในการอนุญาต เพราะมีการกำหนดพื้นที่ ต้องอยู่ในวิน แต่ทั้งนี้ สามารถส่งผู้โดยสารนอกพื้นที่ได้
แม้จะเป็นการสมยอมกันระหว่างผู้ให้บริการ กับ ผู้ใช้บริการ ก็ไม่ได้ ถ้าเป็นการรับจ้าง ถ้าไม่มีใครแจ้ง ตรงนี้ก็เป็นเรื่องยากที่จะไปเรียกตรวจจับ จะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล