เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีเอสไอ เผย แม่-สามี "เลขาหญิงอ้อ" เข้าให้ปากคำ ยอมรับมีเงินจากผู้บริหารกฤษดานครเข้าบัญชีจริง

25 ก.พ. 2559 |

ดีเอสไอ เผย แม่-สามี "เลขาหญิงอ้อ" เข้าให้ปากคำ 
ยอมรับมีเงินจากผู้บริหารกฤษดานครเข้าบัญชีจริง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) - 25. ก.พ.59 - ดีเอสไอ เผย แม่-สามี เลขาหญิงอ้อ เข้าให้ปากคำยอมรับมีเงินจากผู้บริหารกฤษดานครเข้าบัญชีจริง ส่วนรายละเอียดในสำนวนไม่ขอเปิดเผย ส่วนโอ๊คพาน ทองแท้ นัดให้ปากคำ 4 มี.ค. ชี้แจงปมรับเงิน 10 ล้าน ด้านอัยการร่วมสอบยันการสอบสวนไม่มีการกดดันให้หนักใจ มั่นใจสรุปสำนวนภายในเดือน เม.ย.นี้


นางเกศินี จิปิภพ แม่ของนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร พร้อมด้วยนายวันชัย หงส์เหิน สามีนางกาญจนาภา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำคดีฟอกเงินที่ เนื่องจากคดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยให้กลุ่มกฤษดามหานคร โดยใช้เวลาให้ปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมงพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการเข้าให้ปากคำว่าบุคคลทั้ง 2 เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน เพื่อชี้แจงกรณีที่พบว่ามีเงินจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานครโอนเงินเข้าบัญชีของนางเกศินี ซึ่งนางเกศินีให้การยอมรับว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีจริง พร้อมนำหลักฐานเอกสารการซื้อขายหุ้นบางส่วนมาประกอบการชี้แจง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในการ ให้ปากคำได้ เพราะจะกระทบกับรูปคดีในสำนวน หลังจากให้การในวันนี้ (25 ก.พ.) แล้วหากยังมีประเด็นใดที่มีข้อสงสัย พนักงานสอบสวนจะเรียกสอบเพิ่มเติม
ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ดีเอสไอนัดสอบปากคำพยานอีก 2 ปาก คือนายพานทองแท้ ชินวัตร และนางกาญจนาภา หงส์เหิน ซึ่งในส่วนของนายพานทองแท้มีหลักฐานชัดเจนว่าได้รับเช็คเป็นเงิน 10 ล้านบาท โอนเข้าบัญชี

ดีเอสไอ เผย แม่-สามี "เลขาหญิงอ้อ" เข้าให้ปากคำ 
ยอมรับมีเงินจากผู้บริหารกฤษดานครเข้าบัญชีจริง


พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 200 ปาก หรือ คิดเป็น 70% ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทซึ่งมีชื่อรับเช็คจากนายวิชัย และนายรัชฎา กฤาดาธานนท์ บุตรชายนายวิชัย ขณะนี้เหลือสอบปากคำพยานอีกประมาณ 30% คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีได้แล้วเสร็จในเดือน เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ภายหลังสอบปากคำผู้มีรายชื่อรับเงินจากกฤษดามหานครครบถ้วนแล้วจะมีการเข้าไปสอบปากคำจำเลยคดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยฯที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำด้วยด้านนายวัชรินทร์ ภานุรัตน์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะอัยการร่วมสอบสวน กล่าวว่า ขณะนี้บุคคลทั้งสองยังไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหาในคดี แต่ให้ปากคำในฐานะพยานเท่านั้น ซึ่งการเรียกสอบปากคำก็เป็นไปในฐานะพยาน หากในภายหลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องมีการแจ้งข้อหาตามขั้นตอน
ทั้งนี้ นายวัชรินทร์ กล่าวว่า แนวทางการสอบสวนคดีดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ปี 2552 ที่ให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทยและผู้บริหารเครือกฤษดามหานครในข้อหาฟอกเงิน
ดังนั้น แนวทางสอบสวนก็ต้องเป็นไปตามที่วางไว้ ซึ่งคดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาในคดีเดิมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวการร่วมสอบสวนคดีนี้ไม่มีอะไรกดดัน และไม่รู้สึกหนักใจ แต่หนักใจกับสื่อมวลชนที่มีการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนว่าคดีดังกล่าวมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว คดีดังกล่าวหากพยานหลักฐานเพียงพอก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ขณะนี้ย้ำว่าเป็นการเรียกสอบในฐานะพยานเท่านั้น

ดีเอสไอ เผย แม่-สามี "เลขาหญิงอ้อ" เข้าให้ปากคำ 
ยอมรับมีเงินจากผู้บริหารกฤษดานครเข้าบัญชีจริง

ข่าวล่าสุด