คุณกุลิศ บอกว่า กรมศุลกากรจะเรียกเก็บภาษีในส่วนที่ขาดจากผู้นำเข้าทั้ง 3 รายที่นำเข้า คือ หจก. อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส ไอเอสแอล และ หจก.ซี.ที. ออโตพาร์ท โดยในการเรียกภาษีนั้นจะไม่ไปเรียกเก็บจากผู้ครอบครองรถยนต์ และ กรมศุลกากรจะไม่มีการยึดรถยนต์ เพราะจะดูแค่คดีแพ่งเท่านั้น ส่วนคดีอาญาเป็นอำนาจของดีเอสไอ
สำหรับแนวทางการตรวจสอบของกรมศุลกากร หลังได้รับข้อมูลจากอีเอส จะเริ่มจาก ขั้นตอน การนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ มี หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์สเป็นผู้นำเข้าเครื่องยนต์ และ ตัวถังจากประเทศสหรัฐฯเข้ามาประเทศไทย ขั้นตอนการจดประกอบชิ้นส่วนขึ้นเป็นรถสมบูรณ์พบหลักฐานว่าหจก. อ๊อด 89 ได้ร่วมกับอู่วิชาญ ของ นายวิชาญ รัษฐปานะ เป็นผู้ประกอบรถยนต์จากเครื่องยนต์และตัวถัง ตามการสั่งซื้อของพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ในราคา 4 ล้านบาท
ขั้นตอนการชำระภาษีสรรพสามิต พบหลักฐานว่านายชลัช นิติฐิติวงษ์ เป็นผู้ดำเนินการนำเอกสารชุดประกอบรถยนต์ไปชำระภาษีสรรพสามิตโดยปลอมลายมือชื่อนางกาญจนา มากเหมือน เจ้าของอู่ N.P. การาจ/ และขั้นตอนการจดทะเบียน กับกรมการขนส่งทางบก พบหลักฐานว่านายชลัช ได้ว่าจ้างนายสมนึก บุญประไพ นำรถยนต์ไปยื่นขอจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกโดยใช้เอกสารปลอมที่ใช้ยื่นกับกรมสรรพสามิต และยังกรอกข้อความอันเป็นเท็จเพื่อจดทะเบียน