ลักษณะอากาศช่วงนี้ ยังมีความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน เช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงทำให้ภาคเหนือมีอากาศเย็นโดยทั่วไป ขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทย เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 23-26 ม.ค.นี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรกบวกกับมีลมแรง จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 6-10 องศาเซลเซียส
ส่วนภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ทางตอนบนของภาค อากาศหนาว อุณหภูมิระหว่าง 11-33 องศาเซลเซียส ยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียสภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณนครพนม สกลนคร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิระหว่าง 22-35 องศาเซลเซียส ยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-14 องศาเซลเซียสภาคกลางอากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิระหว่าง 23-36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกมีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิระหว่าง 24-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตรภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิระหว่าง 23-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตรภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงาและภูเก็ต อุณหภูมิระหว่าง 22-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตรกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิระหว่าง 25-34 องศาเซลเซียส