แต่เท่าที่ทราบในประชุมมส.ในวันจันทร์ที่ 11 มกราคมนี้ เวลา 14.00 น.ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐมในวาระปกติไม่มีการหารือในเรื่องเกี่ยวกับการเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช หากมส.จะมีการหารือในประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับมส.หยิบขึ้นมาหารือกันโดยเป็นวาระพิเศษ
ทั้งนี้ การพิจารณาเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชของมส.ในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการมส.ทั้ง 21 รูปจะพิจารณาตามข้อกฎหมายของพ.ร.บ.คณะสงฆ์พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขพ.ศ.2535 เมื่อกรรมการมส.ทั้งหมดเห็นพ้องกันโดยไม่ได้มีการโหวต ก็จะสรุปรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์และส่งให้พศ.เสนอไปยังนายกรัฐมนตรี ผอ.พศ. บอกอีกว่า ส่วนที่ฝ่ายผู้คัดค้านมีข้อเรียกร้องให้ชะลอการเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่นั้นในเรื่องนี้พศ.ไม่มีอำนาจโดยเป็นอำนาจหน้าที่ของมส.เป็นผู้พิจารณา ส่วนพศ.มีอำนาจหน้าที่เพียงส่งเรื่องที่มส.ได้พิจารณาแล้วไปยังนายกรัฐมนตรีโดยตามขั้นตอนนั้นเริ่มจากมส.พิจารณารายชื่อสมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไปยังนายกรัฐมนตรี
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีก็เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์นำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งที่ผ่านมาขั้นตอนทั้งหมดใช้ระยะยาวนาน ไม่ใช่ระยะเวลาเพียงสั้นๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 หมวดสมเด็จพระสังฆราช ในมาตรา 7 กำหนดไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช
ในกรณีที่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะรูปอื่นผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช
ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโส สูงสุดโดยสมณศักดิ์ ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯในขณะนี้ คือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญและผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช