"สุริยะใส"ชี้ 5 ปัจจัยเสี่ยง ปี 59 ชี้ชะตาประเทศไทย

นายสุริยะใส กตะศิลา ชี้ 5 ปัจจัยเสี่ยง ปี 59 ชี้ชะตาประเทศไทย เตือนรัฐบาลอย่าทำตัวเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ 6 เสียเอง
ข่าว
--3 ม.ค. 59--นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่าแนวโน้มสถานการณ์สังคมการเมืองไทยในปี พ.ศ.2559 มีหลายปมปัจจัยที่ขมวดมัดเข้ามาและต้องจับตา เพราะอาจเป็นจุดตัดสินชี้ขาดในแต่ละปัจจัยจนส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมืองและอาจกลายเป็นจุดชี้ขาดประเทศไทยได้ในที่สุด โดย 5 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตามีดังนี้ คือปัจจัยที่ 1 คือการประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามโรดแมปจะเป็นช่วงกลางๆปี ประชามติครั้งนี้จะมีนัยยะที่มากกว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะอาจมีการแปลความบิดเบือนให้เป็นการลงมติเพื่อแสดงเจตจำนงค์ทางการเมืองบางอย่างที่มากกว่าร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น และผลของประชามติไม่ว่าจะออกมาทางใดก็อาจมีอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีกหลายระลอก ปัจจัยที่2 คดีทุจริตจำนำข้าวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ทั้งทางอาญาและแพ่งน่าจะได้ข้อยุติช่วงปลายปีหากผลของคดีต้องรับผิดและต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นมหาศาล แรงกระเพื่อมจะสูงกว่าคดีที่ดินรัชดาของทักษิณ เพราะมวลชนผู้สนับสนุนก็จะใช้เป็นเงื่อนไขปลุกปั่น เพราะมีการกล่าวหาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าคดีนี้ 2 มาตรฐานและเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ปัจจัยที่ 3 ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง สภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศที่ต่อเนื่องมาจนส่งผลกระทบต่อคนระดับล่างเกษตกรชาวไร่ชาวนาในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาพืชผลการเกษตรตกรุนแรงต่อเนื่องหากปีนี้ยังไม่กระเตื้องอาจทำให้ประชาชนเกิดความอึดอัดไม่พอใจต่อความสามารถของรัฐบาล จนแปลเปลี่ยนไปเป็นความไม่เชื่อมั่นไว้วางใจในที่สุด และโดยปกติวิกฤติเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยล้มรัฐบาลได้ง่ายกว่าปัจจัยทางการเมือง ปัจจัยที่ 4 การเคลื่อนไหวมวลชน ซึ่งก็มีมาอยู่เป็นระยะโดยเฉพาะกลุ่มอำนาจเก่า เพียงแต่ที่ผ่านมาทำได้จำกัดจำเขี่ยขาดแนวร่วมและความชอบธรรมเพียงพอ แต่ในปีนี้หากปัจจัยเรื่องประชามติรัฐธรรมนูญ คดีจำนำข้าวและปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง กลายมาเป็นตัวแปลเกื้อหนุน อาจทำให้โมเมนตัมของมวลชนเปลี่ยนมาเข้าทางหรือกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับของมวลชนกลุ่มอำนาจเก่าได้เช่นกัน ปัจจัยที่ 5 แรงกดดันจากต่างประเทศที่ต้องจับตาไม่ว่าจะเป็นปัญหาประมงใบเหลืองที่สหภาพยุโรป (EU) จะจัดเกรดอีกทีในราวเดือนมีนาคม ปัญหาค้ามนุษย์ที่ยังคาอยู่ระดับ Tier3 หรือแม้แต่การบินพลเรือนที่ ICAO ยังแขวนใบแดงประเทศไทยไว้ เหล่านี้ยังคงเป็นปัญหาครึ่งผีครึ่งคน บวกกับยุทธการโลกล้อมประเทศอาจจะหนักหน่วงขึ้นจากเกมการล็อบบี้ยิสต์ที่ทักษิณ คงไม่ปล่อยให้น้องสาวสู้โดดเดี่ยวลำพังในประเทศอีกต่อไป ทั้ง 5 ปัจจัยขึ้นอยู่กับศักยภาพและความสามารถของรัฐบาล คสช.ล้วนๆ ซึ่งรัฐบาลจะต้องไม่ทำตัวกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ 6 เสียเองโดยเฉพาะข่าวคาวเรื่องทุจริตและความไม่ชอบมาพากลในการบริหาราชการแผ่นดินต้องระมัดระวังเป็นที่สุดเพราะอาจทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงเร็วกว่าที่คิด