เตือนระวังหมิ่นศาลคดีเกาะเต่า
28 ธ.ค. 2558 | lastman

อดีตผู้พิพากษาศาลฏีกา ออกมาระบุว่าการออกมาเคลื่อนไหวของประชาชนพม่าในคีดเกาะเต่า มีการชักชวนจากบุคคลบางกลุ่ม พร้อมทั้งเตือนให้ระวังการด่าศาลโดยไม่สมควรแก่เหตุ ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ
ข่าว
28 ธ.ค. 2558 | lastman

อดีตผู้พิพากษาศาลฏีกา ออกมาระบุว่าการออกมาเคลื่อนไหวของประชาชนพม่าในคีดเกาะเต่า มีการชักชวนจากบุคคลบางกลุ่ม พร้อมทั้งเตือนให้ระวังการด่าศาลโดยไม่สมควรแก่เหตุ ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชูชาติ ศรีแสง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng กรณีศาลพิพากษาประหารชีวิต 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า ว่าคดีข่มขืนและฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่ศาลลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือ ดีเอ็นเอของทั้งจำเลยทั้งสองที่ตรงกับดีเอ็นเอจากเชื้ออสุจิที่ได้มาจากในช่องคลอด และในทวารหนักของผู้ตาย
กำลังจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่อาจทำให้ประชาชนชาวไทยและประชาชนคนพม่าต้องทะเลาะกัน เพราะคนพม่าตามแนวชายแดนมีการชุมนุมประท้วงกันหลายท้องที่จนบางแห่งต้องปิดด่านเป็นการชั่วคราว หากพิจารณาตามข้อเรียกร้องต่างๆ ของผู้ชุมนุมย่อมเห็นได้ว่าบุคคลเหล่านั้น คงไม่รู้ข้อเท็จจริงอะไร และไม่รู้ด้วยว่ากฎหมายของไทยเป็นอย่างไร
จึงน่าเชื่อว่า ผู้มาชุมนุมส่วนใหญ่มาตามคำชักชวนหรือการยุยงส่งเสริมของบุคคลบางคนบางกลุ่มมากกว่าจะมาด้วยตนเองอย่างบริสุทธิ์ใจ โดยทั้งหมดคงมาจากคนไทยบางคนที่มีความพยายามมาตั้งแต่ เมื่อมีการจับกุมดำเนินคดีจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้กระทำผิด เป็นแพะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยต้องการปิดคดีนี้ให้จบไปเท่านั้น
การกระทำความผิดในคดีอาญานั้นผู้ที่รู้ดีว่า ผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดก็คือผู้กระทำความผิดเอง ผู้เสียหาย และพยานที่เห็นการณ์ในขณะที่มีการกระทำความผิด ซึ่งคดีนี้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายจึงไม่อาจบอกได้ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด จึงเหลือเพียงผู้กระทำความผิดเท่านั้นที่รู้ว่า ผู้ใดเป็นผู้กระทำ
ในทางคดีเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว การที่ออกมากล่าวหา หรือ ด่าศาลโดยไม่ได้เป็นไปตามควรแก่กรณี และโดยไม่มีเหตุผลย่อมมีความผิดฐานดูหมิ่นศาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 7 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอให้สังวรไว้ จะได้ไม่ต้องอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์เมื่อถูกดำเนินคดี