เนชั่นทีวี

ข่าว

รัฐบาลแถลงผลงาน 1 ปี

23 ธ.ค. 2558 |

รัฐบาลแถลงผลงาน 1 ปี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้กล่าเปิดการแถลงผลการดำเนินงานรัฐบาลรอบ 1 ปี โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนจากคสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงจากทุกกระทรวงเข้าร่วม

 

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเตรียมการแถลงครั้งนี้มีความตั้งใจมาก พร้อมมา 3-4วันแล้ว อยากให้เข้าใจตรงกัน อะไรที่เป็นปัญหา ที่ต้องแก้ระยะสั้นระยะกลางและระยะยาว ในฐานะที่ตนมารับผิดชอบวันนี้ ต้องเป็นผู้นำที่ทำให้เกิดความแตกต่าง ในการปฏิรูปอย่างที่ทุกคนต้องการ ภาพความขัดแย้งต้องเอาออกทั้งหมด วันนี้จะมาพูดเรื่องอนาคต อย่าเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่เกิดไปแล้วใครรับผิดชอบก็ว่ากระบวนการยุติธรรมก็ว่ามา โดยการแถลงผลงานในระยะที่สองนั้นยากกว่าช่วงปีแรกในการสื่อให้คนทั้งประเทศ เราต้องยอมรับว่ามีความแตกต่างหลายอย่างด้วยกันทั้งอาชีพ รายได้ การศึกษา ความเข้าใจ การบิดเบือนต่างๆ ทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน จึงต้องสร้างความเข้าใจให้ได้ ประเทศเราไม่ได้อยู่แค่ปีนี้ปีหน้า หรือ5ปี แต่ต้องอยู่เป็นประวัติศาสตร์ของคนรุ่นใหม่ โดยเราเริ่มทำได้ในอีก 20 ปีที่จะไปถึงวันข้างหน้า ตนจะเริ่มตนให้ใน 1 ปี 6 ที่เหลืออยู่ว่าจะทำอะไร

 

วันนี้จะชี้แจงว่าปัจจัยในการทำงานของรัฐบาล มีหลายอย่าง ทั้งระบบราชการ งบประมาณ ปัจจัยภายนอกต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศจับตาดูอยู่ มีกลุ่มต่อต้านบิดเบือนทั้งหมดมันคือปัญหาเพราะไม่ใช่สถานการณ์ปกติ วันนี้ทุกคนเรียกร้องการเป็นปกติ การเป็นประชาธิปไตยเปิดสิทธิเสรีภาพทั้งหมด ถามว่ามันเป็นไปได้หรือเปล่า หากจะทำให้เกิดความแตกต่างมันก็ไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะเราทดลองกันมา 83 ปีมาแล้ว มีการปฏิวัติหลายครั้ง ฉะนั้นครั้งนี้อยากให้เป็นการปฏิรูปอย่างแท้จริง เพื่ออนาคตของลูกหลานนั่นคือวัตถุประสงค์ที่ตนต้องการ

 

เราต้องทำงานเป็นกลุ่มงาน ไม่ใช่เป็นกระทรวงเอางบกระทรวงมาใช้ เป็นแท่งอย่างเดียวแล้วหมดไปทุกปีๆ ความต่อเนื่องเชื่อมโยงกิจกรรมไม่เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดความไม่ทั่วถึงไม่เป็นธรรม ซึ่งตนคิดวิธีการไว้แล้ว แม้ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ นักบริหาร เรียนจบด้านใดมาพิเศษ แต่เป็นผู้ปฏิบัติ เป็นนักปฏิบัติการบังคับบัญชาคนในกองทัพมาสมองสติปัญญาตนมีเท่านี้ แต่จะพูดให้ฟังว่าคิดอะไรบ้าง

 

กลุ่มที่ต้องการปฏิรูปนั้นมี 6 กลุ่ม โดย ด้านความมั่นคง นั้นประชาชนต้องช่วยร่วมเฝ้าระวังไม่ใช่โยนให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อย่างเดียว ด้านเศรษฐกิจต้องปรับโครงสร้างให้เข้มแข็ง ด้านสังคมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ การสร้างสังคมที่ไม่มีความขัดแย้งสำคัญที่สุด

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า งานด้านการต่างประเทศ ต้องเดินเชิงรุก ทั้งทางด้านการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จัดลำดับความเร่งด่วน และกลุ่มประเทศ เดินหน้าทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การตลาด การค้าขาย ทูตทุกประเทศที่มาต้องเดินเศรษฐกิจไปด้วย ไม่ใช่มาจับมือจ๊ะจ๋ากันอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำไปแล้ว ในช่วงปีแรกจนถึงปีที่สอง และเหลือเวลาอีกปีครึ่งที่จะทำต่อให้ยั่งยืน โดยการบริหารราชการแผ่นดินจะต้อง บริหารเชิงแกนตั้ง บนลงล่าง จากนโยบายไปขับเคลื่อนและปฏิบัติ มีการติดตามจากคตร. ซึ่งคตร.ไม่ได้จับผิด แต่ดูในเรื่องของงบประมาณของแต่ละกระทรวงให้มีการเบิกจ่ายเร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นงบประมาณก็ไม่ออกเสียที

 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในเรื่องกฎหมายกระบวนการยุติธรรม ทำอย่างไรจะดูแลให้องค์กรที่เป็นต้นทางของการรักษากฎหมาย ให้เขามีประสิทธิภาพมีรายได้เพียงพอ ประชาชน ข้าราชการ นักการเมือง ต้องเข้าใจกัน ไม่เช่นนั้นก็จะโยนกันไปมา จับผิดกันทั้งสองข้าง ทำอะไรไม่ได้ทั้งคู่ ความขัดแย้งก็เกิดขึ้น ทำอย่างไรให้คนในบ้านเมืองเคารพกฎหมาย ถ้าเคารพกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็แสวงหาผลประโยชน์ไม่ได้ อย่าสมยอม ใครที่ขับรถเร็วต้องเสียค่าปรับก็ควรจะไปเสีย ไม่ใช่ถึงเวลาก็ขอให้ช่วย ไม่ได้แล้วในวันนี้ ต้องเริ่มจากตัวเองก่อนทุกอย่าง

 

สำหรับผมมีรถนำ มีพลขับคงไม่โดน และคงไม่ทำผิดกฎจราจร และผมได้ห้ามเปิดไซเรนถ้าไม่จำเป็น บางทีนะรถได้ยินเสียงหวอ ผมก็ด่าเพราะเปิดเสียงหวอทำไม จะรีบไปไหนพลขับตอบว่า เปล่าครับ รถพยาบาลจอดข้างๆ แต่คนกลับมาด่าผมคิดว่ารถผมเปิดหวอ โดยไม่ได้ดูว่าข้างๆมีรถพยาบาลจอด

 

นายกฯ กล่าวว่า เราต้องลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ปัญหาที่นำมาถกแถลงว่ากันไปมาวันนี้เลิกได้แล้ว ทุกคนรู้หมดแล้วว่าประเทศมีปัญหาอะไร เว้นแต่บางคนไม่รู้ วันนี้ที่ว่ายากเพราะระยะแรกกำลังตั้งไข่อยู่ จะล้มหรือเปล่ายังไม่รู้ พอจะเดินเตาะแตะได้ ก็เริ่มมีคนสกัดขาสิ่งเหล่าท่านต้องหยุดให้ได้ เมื่อตนหยุดไม่ได้ ใครก็หยุดไม่ได้ ตำรวจก็ไม่ได้ กฎหมายก็ได้ เพราะทุกคนชินชากับการไม่เคารพกฎหมาย นั่นคือสิ่งสำคัญไม่มีคุณธรรม ขาดจริยธรรม จริยธรรมองค์กรก็หายไป ความเป็นคนไทยที่เคยประนีประนอม ความรักความสามัคคีหายหมด ไปหาคำตอบมาว่าเป็นเพราะอะไร

 

การจะล้มหรือไม่ล้ม จะทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ อยู่ที่คำว่าประชารัฐ ความร่วมมือ รวมทั้งแนวตั้งและแนวนอน ต้องร่วมมือกันทำงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ข้าราชการ ประชาชนถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ต้องรู้ด้วยกันว่าจะทำอะไร และจะเชื่อมโยงกันอย่างไร วันนี้ทุกคนคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่พอฟังไปฟังมาก็ฝ่อลงๆ ต้องถามว่าเขาลงเพราะอะไร ข้างนอกลงหรือไม่ ตรงนั้นต้องดูด้วย ตัวเลขจีดีพีไม่ใช่สิ่งยืนยัน สิ่งที่จะยืนยันได้คือความพึงพอใจของประชาชน มีการจับจ่ายใช้สอยพอเพียง มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย การจะมองตัวเลขจีดีพี หรือตัวเลขส่งออกนำเข้า เป็นเพียงกฎเกณฑ์ กติกาที่โลกใช้กัน ซึ่งบางทีมันไม่เหมือนกัน อาเซียน ยุโรป หมู่เกาะมีความแตกต่าง

 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนจะนำสิ่งเหล่านี้ไปพูดในเวทีกลุ่มจี77 ว่าจะเดินหน้า 134 ประเทศอย่างไรให้มีอำนาจต่อลองเจรจา เพราะพวกเราเป็นประเทศกำลังพัฒนา วันนี้ที่มองว่าเศรษฐกิจดี เอาเงินไปใช้จ่าย ต้องถามว่าเงินเหล่านั้นมาอย่างไร มาถูกหรือผิด ถ้าเริ่มจากสิ่งที่ผิดก็จะเป็นแบบที่ผ่านมา วันนี้รัฐบาลจัดระเบียบทุกอย่าง แน่นอนอาจทำให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะหาเงินไม่ได้ง่ายแบบเดิม สิ่งเหล่านี้ต้องสร้างความเข้าใจ ฝ่ายเศรษฐกิจกำลังแก้ทั้งหมด โดยมองไปข้างหน้าอีก 20 ปี ต้องการให้ประเทศไทยเป็นอย่างไร หรือจะเป็น 83 ปี ที่ผ่านมาจากการมีประชาธิปไตย และคงปฏิเสธไม่ได้ เราจะต้องมีประชาธิปไตย

 

นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องการปฏิรูปที่ผ่านมา รัฐบาลได้เริ่มทำมาแล้วตั้งแต่ปีแรก จากนี้เหลือเวลา 1 ปี 6 เดือน นับจากเดือนม.ค.59 ถึง ก.ค.ปี 60 เราจะวางพื้นฐานในสิ่งที่เรายังไม่ทำ และทำต่อเนื่อง อันไหนที่ทำไม่ทันทำไม่ได้ ก็ใส่ไปในแผนปฏิรูป ฉะนั้นวันนี้ต้องเข้าใจตรงกันว่าการปฏิรูประยะที่1 เราได้ทำมาแล้ว เพียงแต่บางท่านไม่สนใจมองแต่เรื่องเศรษฐกิจมีเงินจ่ายใช้สอย มองตัวเลขเศรษฐกิจโลก รายได้ประเทศหายไปก็จริง ต้องคิดว่าหายไปเพราะอะไร แต่วันนี้สิ่งที่กลับมาคือรายได้จากการท่องเที่ยวทำไมไม่ดูรายละเอียดเหล่านี้กันบ้าง สื่อต่างๆกรุณาทำความเข้าใจกันด้วย ต้องคิดให้ซับซ้อนกว่าเดิม ต้องปฏิรูปการทำงานใหม่ รัฐบาลทุกรัฐบาลน่าจะต้องคิดแบบตน ไม่รู้ผิดรู้ถูก ในห้องนี้มีใครจะเป็นนายกฯคนต่อไปหรือไม่ ถ้าทำไม่สำเร็จท่านก็อยู่ไม่ได้ ตนบอกไว้เลย ทั้งซ้ายขวา ที่อยู่ตรงนี้คือผู้ร่วมรับผิดชอบในการทำงาน การปฏิรูปประเทศไทยจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่คนในนี้และประชาชน ทุกระดับ

 

นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเรามองเพียงว่าประชาธิปไตย จะต้องมีการเลือกตั้ง มีสิทธิเสรีภาพแบบไร้ขีดจำกัด มันจะทำได้หรือไม่ในสิ่งที่ตนพูดไป คงทำไม่ได้ กฎหมายทั้งกฎอัยการศึก และมาตรา44 เขียนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอย่าทำแบบนี้เพราะจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป ท่านก็ยังทำเสร็จแล้วก็กลายเป็นว่าตนไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ตนถามว่าที่ทำกันมา ต่อต้านกฎหมายที่ออกไปแล้ว แม้จะออกกเพราะเรากำลังปฏิรูป ถ้าเป็นปกติ ตนคงไม่ต้องมายืนตรงนี้ ก็เดินไปโดยใช้รัฐธรรมนูญเดิม แล้วที่ผ่านมาเคารพกันไหม ต้องไปดูตรงนู้น อย่ามามองเรื่องสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน จนกระทบสิทธิเสรีภาพคนอื่น อย่าลืมว่าคนที่มีปัญหาออกมาทั้งหมดมันก็ส่วนหนึ่ง อาจจะมากบ้างน้อยบ้างมันก็แล้วแต่ ตนไม่ว่าใครผิดใครถูก แต่ใครใช้อาวุธถือว่าผิด

ข่าวล่าสุด