ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ส่งสำเนาเอกสารคำสั่งของ นายธนวรรธน์ เลิศสุคนธ์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ถึงโรงงานทั้ง2แห่ง ให้ปรับปรุงแก้ไขโรรงงาน ลงวันที่11ธันวาคมที่ผ่านมาว่า จากการทที่ สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี,จนท.ศูนย์วิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมภาคใต้ กรมโรงงาน เข้าตรวจสอบโรงงานทั้งสองแห่ง เมื่อวันที่24-25พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่าการประกอบกิจการบางส่วน ในบางส่วนกระบวนการผลิตอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(กลิ่นเหม็น)
โดยสภาพดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตราย เสียหาย หรือเดือดร้อนรำคาญต่อบุคคล หรือเสียหายต่อทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงาน และพื้นที่ใกล้เคียง อาศัยอำนาจตามมาตรา37พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตา พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535จึงสั่งให้ทั้งสองโรงงาน ทำการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดกลิ่น ทั้งกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพียงพอในการบำบัด ไม่ห้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญกับผู้อยู่ใกล้เคียง ทั้งนี้ให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่30ธันวาคมนี้ โดยไม่มีคำสั่งให้หยุดการผลิตขณะปรับปรุง
นายสุนทร และนางขันตี แสงลี สองสามีภรรยา อายุ 62 ปี เกษตรกรปลูกผักบ้านจำปา ที่ลงเตรียมดินปลูกผักริมห้วยเชียงรวง ด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน และห่างจากโรงงานเพียง1กม.เศษ ซึ่งต้องทนกลิ่นเหม็นที่โชยมาตลอดเวลา เปิดเผยว่า ต้องทนเหม็นอยู่ที่บ้านจำปา เพราะไม่มีปัญญาหนีไปที่อื่น ขณะลูกหลานหนีไปทำงานต่างจังหวัด ไม่มีใครกลับมาดมกลิ่นเหม็นแล้ว สองตายายก็ต้องทำนา-ปลูกผัก ช่วงทำนาก็ดีหน่อยหนีไปอยู่กระท่อมนา ห่างจากบ้านไปกว่า10กม. แต่ช่วงหน้าหนาวมาปลูกผัก ตามริมลำห้วยที่มีน้ำก็จะเหม็นมาก ถ้าหนกมมากจนไม่สบายก็ไปอยู่กระท่อม
ด้านนายสบาย มุกดาม่วง นายก อบต.หนองนาคำ เปิดเผยว่า ทุกฝ่ายได้พยายามร่วมกันแก้ไข โดยให้โอกาสโรงงานปรับปรุง ซึ่งล่าสุดมีคำแนะนำจากผู้เชียวชาญ ที่เดินทางลงมาดูพื้นที่เมื่อปลายเดือนก่อน ก็หวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ขณะในพื้นที่ อบต.หนองนาคำ มีปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ จากโรงงานอุตสาหกรรม และกิจการขนาดใหญ่จำนวนมาก อบต.จึงมีแผนที่จะตรวจเข้มทุกแห่ง ไม่เฉพาะโรงงานยางแท่ง แต่จะรวมไปถึงโรงงานไฟฟ้าชีวะมวล1แห่ง,โรงสีข้าวเกือบ10แห่ง,โรงงานหล่ออะไหล่รถยนต์ และอื่นๆอีก เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน