ธปท.ชี้ปี 59 เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว
20 ธ.ค. 2558 | wanchat

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีหน้าเริ่มฟื้นตัว ขณะที่นโยบายการเงินของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันจะทำให้เงินทุนเคลื่อนย้าย แต่มั่นใจไทยรับมือได้
ข่าว
20 ธ.ค. 2558 | wanchat

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีหน้าเริ่มฟื้นตัว ขณะที่นโยบายการเงินของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันจะทำให้เงินทุนเคลื่อนย้าย แต่มั่นใจไทยรับมือได้
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. วิรไท สันติประภพ บอกถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ว่า จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปและดีขึ้นกว่าปีนี้ แต่อาจไม่กระจายตัวแบบทั่วถึง แม้จะมีปัจจัยบวกจากการลงทุนของภาครัฐ ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน รวมทั้งการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวดีขึ้นส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังคือ การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะจีนและประเทศในเอเชียที่ขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้การส่งออกของไทยขยายตัวในระดับต่ำ และราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำเพราะผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง
ส่วนความท้าทายของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า คือความแตกต่างของนโยบายการเงินในประเทศอุตสาหกรรมหลักๆ ซึ่งจะมีผลต่อภาวะเงินทุนเคลื่อนย้าย ที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ธนาคารกลางในหลายประเทศยังอยู่ในภาวะที่ต้องอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงิน นโยบายการเงินที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจในประเทศนั้นๆ ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศที่จะมีความผันผวนมากขึ้นในอนาคต และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะได้รับผลกระทบมากกว่า
ผลกระทบจากภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน ในส่วนของไทยถือว่ายังมีความโชคดี เพราะมีกันชนด้านต่างประเทศที่ดีอยู่หลายมิติ โดยในปีนี้คาดว่าไทยจะเกินดุลการค้าค่อนข้างสูง เพราะเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน และในปีนี้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ประกอบกับการชะลอตัวของการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งมีผลทำให้ไทยน่าจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับที่สูง
ขณะที่สัดส่วนหนี้ต่างประเทศของไทยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยหนี้ระยะสั้นในปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนเพียง 1 ใน 3 ของทุนสำรองระหว่างประเทศ ต่างจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายประเทศที่หนี้ระยะสั้นอยู่ในระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับทุนสำรองระหว่างประเทศ
ส่วนนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนลดลง โดยมีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธปท. และพันธบัตรของรัฐวิสาหกิจเพียง 8-9% ขณะที่บางประเทศมีสัดส่วนการลงทุนของต่างชาติถึง 50% ซึ่งจะทำให้เกิดความอ่อนไหวมากกว่าเมื่อมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด เพราะมีโอกาสที่เงินจะไหลกลับไปสหรัฐได้มากกว่าไม่ได้หมายความว่าไทยจะไม่เผชิญกับความผันผวน การบริหารและการจัดการความเสี่ยงด้านต่างๆ โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องให้ความสำคัญ เพียงแต่ไทยอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าประเทศอื่น