ชี้..."เอลนิโญ่" ปัจจัย "แพลงตอนบลูม" ทะเลไทย
18 ธ.ค. 2558 | nation_ent

เอลนิโญ่ปัจจัยแพลงตอนบลูมทะเลไทย ชี้ผิดปกติฝั่งภาคใต้เจอช่วงฤดูหนาว หลังพบน้ำทะเลอุ่น 31 องศาเซลเซียส
ข่าว
18 ธ.ค. 2558 | nation_ent

เอลนิโญ่ปัจจัยแพลงตอนบลูมทะเลไทย ชี้ผิดปกติฝั่งภาคใต้เจอช่วงฤดูหนาว หลังพบน้ำทะเลอุ่น 31 องศาเซลเซียส
ดร.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) บอกถึงการเกิดปรากฎการณ์แพลงตอนบลูม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ขี้ปลาวาฬ"ในทะเลอ่าวไทยตอนล่าง ที่มองเห็นทะเลกลายเป็นสีเขียว เช่น ที่จังหวัดชุมพร และสงขลาในตอนนี้ ถือว่าไม่ใช่ภาวะปกติ เพราะส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน แต่ตอนนี้พบเกิดในช่วงฤดูหนาวในเดือนธันวาคม
ทั้งนี้ แม้ปัจจัยหลักจะมาจากน้ำเสียที่ปล่อยจากปากทะเลสาบสงขลาลงมาเพิ่มธาตุอาหารให้แพลงตอนที่ชื่อว่าโนซิลูก้า ที่มีสีเขียว มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแสงแดด และอุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นกว่าปกติเดิมจะอยู่ในช่วง 25-27 องศาเซลเซียส แต่พบค่าน้ำทะเลเป็น 30-31 องศาเซลเซียสในตอนนี้ น่าจะเป็นผลพวงจากปรากฎการณ์เอลนิโญ่ที่ขณะนี้พบว่าอุณหภูมิสูงและน้ำทะเลจากแปซิฟิกไหลมาทางออสเตรเลีย และประเทศไทย ซึ่งทำให้พบการเกิดแพลงตอนบลูม ถี่ บ่อย และผิดช่วงเวลา ทั้งที่ชุมพร สงขลาและก่อนหน้านี่ที่หาดบางแสน จ.ชลบุรี ในเดือน ก.ค-ส.ค.ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน
นักวิชาการรายนี้ บอกว่า แพลงตอนบลูมไม่เกิดอันตรายและในช่วงของการเริ่มตายของมันอาจทำให้ปลาและสัตว์น้ำตาย ส่วนคนที่แพ้และลงเล่นน้ำอาจเกิดอการผื่นคัน โดยที่สงขลาพบในหาดชลาทัศน์ และเกาะหนู เกาะแมว กินรัศมีออกไป 1 กิโลเมตร ขณะนี้ ทีมนักวิจัยลงไปเก็บตัวอย่างน้ำทะเลมาตรวจดูว่ามีสาหร่ายชนิดอื่นปะปนหนือไม่ คาดว่า 3-4 วัน กระแสน้ำทะเลจากลมมรสุมจะช่วยกระจายตัวของสาหร่ายออกนอกชายฝั่ง