พล.ต.ต.มาโนชญ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตำรวจภูธร ภาค 4 ได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนของหนีภาษี หลบเลี่ยงภาษีศุลกากรจากจังหวัดนครพนม เพื่อนำไปส่งให้กับนายทุนที่กรุงเทพมหานคร จึงได้มีการตั้งด่านสกัดรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทะเบียนหัวลาก 70-0692 และทะเบียนตู้คอนเทนเนอร์ 70-0693 ซึ่งเดินทางออกจากจังหวัดนครพนมผ่านเส้นทางมิตภาพ จนกระทั่งถึงบริเวณแยกบรบือ ทางรถไฟเขตอำเภอบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอให้หยุดรถและตรวจค้น
โดยนายคำมี คนขับรถ ได้มีการแสดงสำเนาการเสียภาษีศุลกากร และภาษีสรรพสามิตให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจค้นอย่างละเอียด จึงพบว่าสินค้าหลายรายการที่ถูกจัดไว้ค่อนข้างลึกประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ในตู้คอนเทนเนอร์ ไม่ตรงตามเอกสาร ซึ่งมีทั้งหลอดไฟ ของเล่น อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ไอที เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งหมดเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีน และบางส่วนเป็นสินค้าที่เกินจากใบแสดง เฉพาะส่วนที่ไม่แสดงการเสียภาษีมีมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
นายคำมีอ้างว่า เป็นพนักงานขับรถของบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม ซึ่งจะขับรถเพื่อนำสินค้าไปส่งให้กับลูกค้าที่กรุงเทพ ชื่อว่าเจ๊ จ. และชุดสืบสวนสืบทราบว่า เจ๊ จ. เป็นผู้ค้ารายใหญ่ เป็นแหล่งที่พักสินค้าและกระจายสินค้าให้กับชาวจีน ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและใกล้เคียง
พล.ต.ต.มาโนชญ์กล่าวอีกว่า สินค้าทั้งหมดที่ไม่มีเอกสารการเสียภาษี จะยึดเป็นของกลางพร้อมกับดำเนินคดีกับผู้นำเข้า และจะมีการขยายผลจับกุมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นมีนายทุนใหญ่ๆเป็นเจ้าของรายเดียว แต่ก็จะขยายผลถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตำรวจภูธรภาค 4 จะได้มีการกวดขันจับกุมของที่ลักลอบเข้าประเทศโดยไม่ผ่านการเสียภาษี โดยมีมาตรการที่เข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าจะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าเข้ามามากเนื่องจากเป็นช่วงที่เงินสะพัด มีโบนัส มีการใช้จ่ายและความต้องการสินค้ามีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีการลักลอบเข้ามาได้หลายเส้นทาง แต่ครั้งนี้ทราบว่าเป็นการลักลอบเข้าทางด่านนครพนมแต่จะเป็นด่านธรรมชาติหรือด่านหลักจะมีการขยายผลรวมทั้งมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น