เนชั่นทีวี

ข่าว

โชเฟอร์รถแดง ต่อยหน้าชาวญีปุ่น มอบตัวแล้ว

05 พ.ย. 2558 | lastman

โชเฟอร์รถแดง ต่อยหน้าชาวญีปุ่น มอบตัวแล้ว

โชเฟอร์รถแดงรับจ้างที่เชียงใหม่ มอบตัวแล้ว หลังก่อเหตุทำร้ายชาวญีปุ่น หลังเกิดปากเสียง เผยฉุนที่ชาวญีปุ่นขยำแบงค์ปาใส่หน้า




จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในโลกโซเซียลเน็ตเวิร์ค เป็นภาพชายสูงวัยชาวญี่ปุ่น ถูกทำร้ายร่างกายจนใบหน้าบริเวณเบ้าบวมปูด ช้ำเลือดเห็นได้ชัดเจน เนื่องถูกโชเฟอร์ขับรถรับจ้างสาธารณะสี่ล้อแดงทำร้าย



ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังชายชาวต่างชาติผู้เสียหายได้นั่งรถโดยสารเพื่อที่จะเดินทางไปยังทางเข้าสตาร์โดม และได้มีปากเสียงทะเลาะก่อนที่โชเฟอร์ขับรถจะทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมกันนั้นในโลกอินเตอร์เน็ตก็ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและเสื่อมเสียชื่อเสียงของเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวรวมทั้งการให้บริการของรถสี่ล้อแดง จนร้อนถึงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงต้องเร่งดำเนินการติดตามจับกุมตัวโชเฟอร์ผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย



ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันนี้ พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และตัวแทนกงสุลญี่ปุ่น ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ได้เชิญตัวนายอาสาง อายิกุ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 151/376 หมู่ 9 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โชเฟอร์รถสี่ล้อแดงผู้ก่อเหตุ หลังทำการสืบทราบเบาะแสจนเจอตัว พร้อมทั้งได้เชิญผู้เสียหาย ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือ นายอิซึเกะ ชิโนดะ อายุ 76 ปี ชาวญี่ปุ่นที่ได้มาอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วนานกว่า 10 ปี พร้อมด้วยญาติของนายอิซึเกะ มาชี้แจงให้ความเป็นธรรม และแจ้งถึงการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ทางผู้เสียหายรับทราบ



พล.ต.ต.ปชา กล่าวว่า จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ภายหลังจากที่ตนได้รับทราบว่ามีการโพสข้อความและภาพผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นถูกทำร้ายลงไปในโซเชียลมีเดีย และได้มีการพาดพิงว่าผู้เสียหาย ไม่ยอมเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเข้าใจว่าพอแจ้งความไปแล้วทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมติดตามตัวผู้กระทำผิด หรือดำเนินการให้ไม่ได้ จึงทำให้เกิดความเสียหาย



เมื่อทราบดังนั้นทางตนจึงได้มีการสั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งดำเนินการติดตาม ซึ่งทราบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา และได้ทำการสืบสวนหาตัวคนร้าย ขณะเดียวกันก็ได้สืบสวนติดตามตัวผู้เสียหายจนกระทั่งทราบว่าเป็นชาวญี่ปุ่นที่มาพักอาศัยอยู่ที่ คอนโดฮิลไซด์ 4 ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และไม่นานก็ติดตามตัวผู้ต้องหาได้เช่นกัน จากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในบริเวณที่เกิดเหตุ ตามโครงการ โปลิสอายส์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค5



จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้แม้ว่าจะเป็นแค่เรื่องทะเลาะวิวาทบันดาลโทสะก็ตาม แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมายในข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนผู้เสียหายก็ยังไม่ทราบว่าได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด และต้องนำตัวผู้เสียหายเข้าตรวจร่างกาย ต่อไป ขณะที่ในส่วนของเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็ถือได้ว่าสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงและเสียภาพพจน์ของจังหวัดเชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่เองจึงต้องรีบดำเนินการเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้ดำเนินการตามหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม



ทางด้านนายอาสาง ผู้ก่อเหตุ เผยเหตุการณ์ที่ตนตัดสินใจทำลงไปนั้นเกิดจาก ตนได้ขับรถรับจ้างสี่ล้อแดงตามปกติจนกระทั่งรับผู้เสียหายขึ้นรถ โดยได้พูดคุยตกลงกันเป็นภาษาอังกฤษ ทราบว่าผู้เสียหายต้องการให้ไปส่งที่สนามกอล์ฟสตาร์โดม บริเวณแก่งกู่เฮือง อ.เมือง จ .ชียงใหม่ แต่เมื่อขับมาถึงทางผู้เสียหายกลับไม่ยินยอมลงที่ปากทางเข้า และต้องการให้เข้าไปส่งด้านใน เนื่องจากต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางพอสมควร แต่ตนก็ไม่ยอมไปส่ง เนื่องจากต้องรีบน้ำผู้โดยสารคนอื่นที่นั่งภายในรถไปส่งยังจุดต่อไป



นอกจากนั้นเวลาที่ตนมาส่งลูกค้าที่ทางเข้าสตาร์โดมก็ไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด ตนและชายชาวญีปุ่นผู้เสียหายจึงเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันเกิดขึ้น ก่อนที่ทางผู้เสียหายนั้นจะควักเงินค่าบริการ เป็นธนบัตรในละ 20 บาท 2 ใบ ขยำแล้วโยนใส่หน้าตน จึงทำให้ตนเกิดความโมโหบันดาลโทสะ เข้าชกใบหน้าชายผู้เสียหาย1 ครั้งจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะขับรถออกจากที่เกิดเหตุ



อย่างไรก็ตามทางตนก็อยากขอโทษ ทางผู้เสียหายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเนื่องจากตอนนั้นตนเกิดโมโหอย่างมากไม่ทันยั้งคิด และพอเรื่องราวที่เกิดขึ้นมีการเผยแพร่ออกไปนั้นตนก็รู้สึกผิดหลังทราบว่าทางเจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัว จึงได้เดินทางเข้ามอบตัวเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งยอมรับทุกข้อกล่าวหา และอยากฝากเตือนพี่น้องที่ประกอบอาชีพเดียวกันว่าอย่าทำแบบตนที่ใช้อารมณ์ อยากให้มีความใจเย็นหากลูกค้าทำอะไรที่ส่งผลให้ไม่พอใจ และเหตุการณ์ที่ตนทำลงไปนั้นน่าจะเป็นตัวอย่างให้กับทุกคน



อย่างไรก็ตาม ขณะที่ทาง นายอิซึเกะ ชิโนดะ อายุ 76 ปี ผู้เสียหายเอง ก็ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่และได้รับฟังคำชี้แจงครั้งนี้ ผ่านล่ามแปลภาษา และกล่าวผ่านล่ามว่า มีความพอใจและขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องที่ได้ดำเนินการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ให้ความเป็นธรรมกับตนเอง ซึ่งหลังเกิดเหตุตนก็ได้เดินทางเข้าตรวจร่างกายและรักษาแผล



ส่วนที่ไม่มาแจ้งความนั้นก็เนื่องจากไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น เนื่องจากว่าตนได้มาอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่มา 10 กว่าปีแล้ว และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตน อย่างไรก็ตามในส่วนของค่าเสียหายและการเรียกร้องค่าชดใช้ต่างๆ ตนก็ไม่ได้ติดใจเอาความกับทางผู้กระทำผิดแต่อย่างใด และต้องการให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวล่าสุด