เนชั่นทีวี

ข่าว

ออกหมายจับจลาจลถลาง 33 ราย

17 ต.ค. 2558 |

ออกหมายจับจลาจลถลาง 33 ราย

ภูเก็ต - เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 16 ตุลาคม 2558 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง.ผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนที่จัดตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดในการดำเนินการสอบสวนพยานและรวบรวมหลักฐานในการจัดทำสำนวนสรุปคดีที่เกี่ยวข้อง กรณีการก่อจลาจลปิดล้อมสถานีตำรวจภูธรถลาง มีการเผาและทุบทำลายทรัพย์สินของทางราชการและเอกชน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2558 ต่อเนื่อง วันที่ 11 ตุลาคม 2558



โดยมี พล.ต.ต.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ ผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ว่า มาดูเรื่องการสอบสวน การทำสำนวน และการรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏชัดเจนโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายและการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในภาพรวม ในกระบวนดารดำเนินการนั้นประกอบด้วยหลักฐานต่างๆ และที่สำคัญ คือ ได้มีการตั้งผู้บังคับการกองคดีอาญาฯ มาช่วยดูอีกทางหนึ่งเพื่อความรอบคอบรัดกุมในการทำสำนวน
พล.ต.ต.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ ผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวให้ข้อมูลว่าฯ จากการรวบรวมข้อเท็จจริงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และกำลังเกิดเหตุ แต่ละเหตุการณ์มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานมากน้อยเพียงใด การกระทำทั้งหมดจะเข้าข่ายข้อกฎหมายข้อใดบ้าง เพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในทางคดี
ส่วนข้อหาที่จะดำเนินการนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะเป็นข้อหาใดบ้าง ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้วนั้น อยู่ในระหว่างการนัดหารือกับทางพนักงานสอบสวนเพื่อขอรับทราบข้อเท็จจริงมีมากน้อยเพียงใด และการกระทำของแต่ละบุคคลที่มีหลักฐานอยู่จะเป็นความผิดในข้อหาใด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และไม่ให้เกิดข้อครหากรณีแจ้งข้อหาเกินความเป็นจริงหากมีการออกหมายจับขึ้น เนื่องจากยังไม่ได้คุยกับทางพนักงานสอบสวนว่า ได้ดำเนินการไปมากน้อยเพียงใด ส่วนของตนได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการรวบรวมข้อเท็จจริงกับพยานหลักฐาน ว่าในสำนวนที่ดำเนินการมาแล้วมีอะไรบ้าง และได้ทำสำนวนครบถ้วนถูกตรงกับความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด
ต่อคำถามที่ว่า ได้มีการกำชับอย่างไรบ้างหลังจากมีกระแสออกหมายจับและอาจจะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก ซึ่ง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน กล่าวว่า ได้กำชับว่าตำรวจกับประชาชนต้องอยู่ด้วยกัน สำคัญที่สุด คือ ตำรวจจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อยู่ในกรอบของกฎหมาย ทำสิ่งต่างๆ ด้วยความละมุนละม่อม แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย และได้มีการกำชับทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตไปแล้ว
พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการรวบรวมพยานหลักฐานนั้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ต.ค.)ได้มีการประชุมร่วมของพนักงานสอบสวนทั้ง 3 ชุด จำนวน 20 กว่านาย เพื่อทำการรวบรวมประเด็นต่างๆ ของการกระทำผิด ถามว่ายากหรือไม่ในการสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งไม่ยาก เพราะได้มีการกำหนดตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจในการล็อคเป้าอยู่แล้ว เป็นแต่เพียงว่าขอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามที่รัฐบาล และผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 8 โดยเฉพาะท่านรองผู้บัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ควบคุมการปฏิบัติด้วยตนเอง
พล.ต.ต.พชร กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จะไปทำเร็วๆ หรือจะออกหมายจับเพื่อความสะใจไม่ได้ เราต้องดูในภาพรวมด้วยว่าเมื่อออกหมายจับแล้วสามารถที่จะนำสำนวนฟ้องต่อศาล และนำผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ว่าทำผิดอะไร ไม่ใช่ว่าจออกหมายจับอย่างเดียว เมือไปถึงศาลแล้วหลุดไม่สามารถดำเนินคดีได้ และจะมามองว่าข้าราชการตำรวจกลั่นแกล้ง
ฉะนั้นในฐานะของผู้ดำเนินการอำนวยความยุติธรรมเบื้องต้น ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนแน่ชัดตามที่ผู้บังคับบัญชาเน้นย้ำ ขอให้ชัดเจนก่อนไม่ต้องรีบ อย่างไรเสียก็ต้องมีการดำเนินคดีอยู่แล้ว เพราะแต่ละคดีมีอายุความ ไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้ดำเนินคดีไม่ได้แล้ว ผู้ต้องหาจำพ้นจากการทำผิดไป ส่วนของหมายจับ ณ ขณะนี้ (14.20 น.) ยังไม่ได้รับรายงานว่าใครไปขออย่างไร เพราะว่าของเรามีคนรับผิดชอบแต่ละฝ่าย" พล.ต.ต.พชรกล่าว
และว่า ได้สั่งการว่า คนใดที่ไม่มีหลักฐานมานำเสนอในที่ประชุมต้องเอามาให้ครบและคนที่รวบรวมของแต่ละฝ่ายก่อนที่จะมีคนนำไปเสนอ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า แต่ละคนรวบรวมได้หมดแล้วยัง เพราะในส่วนของจำนวนผู้ต้องหาไม่ได้กำหนดว่าต้องออกหมายจับกี่คน เป็นแต่เพียงว่าล็อคเป้าตามภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวแล้วมีการนำเสนอในที่ประชุม เมื่อคนไหนหลักฐานครบก็จะนำเสนอต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับ ยืนยันว่าใครที่กระทำผิดกฎหมาย
พล.ต.ต.พชร กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมให้รถพยาบาลซึ่งนำผู้ป่วยนอนปั๊มหัวใจมาจาก จ.กระบี่ผ่านไป และมีการทุบทำลายกระจกรถด้วยนั้น จนส่งผลให้ผู้ป่วยรายนั้นต้องเสียชีวิตในเวลาต่อมา ว่า ในส่วนนี้จะต้องสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานทั้งตัวบุคคลและวัตถุพยานต่างๆ ว่าสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง เพราะเมื่อผู้กระทำผิดรู้อยู่แล้วว่าในรถมีคนป่วยอาการหนักอยู่ และยังทุบรถอีก มีเจตนาอยู่แล้วและจะเข้าองค์ประกอบใดบ้างที่ดำเนินคดีตามกฎหมายได้ เบื้องต้นให้ญาติผู้เสียชีวิตมาพบและให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ไว้ก่อน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวค่อนข้างมากว่า ศาลจังหวัดภูเก็ต ได้มีการเซ็นต์อนุมัติออกหมายจับผู้ที่กระทำความผิดในคดีดังกล่าวแล้วจำนวน 33 ราย ฐานความผิดอาทิ ความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมชนในที่สาธารณะ การทำลายทรัพย์ของทางราชการ เป็นต้น แต่จากการสอบถามทางพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง.ผบ.ตร.และทาง พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตบ่ายเบี่ยงที่จะให้คำตอบในเรื่องนี้ โดยบอกเพียงว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ข่าวล่าสุด