ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประกาศเมื่อวานว่ารัฐบาลจะยังคงทหารอเมริกัน 9,800 นายในอัฟกานิสถานต่อไปตลอดปีหน้า เพราะขณะนี้กองกำลังของอัฟกานิสถานยังไม่เข้มแข็งพอที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยด้วยตัวเองได้ และในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด เขาจะไม่ปล่อยให้อัฟกานิสถานกลายเป็นสวรรค์สำหรับการซ่อนตัวของผู้ก่อการร้ายที่จะกลับมาโจมตีประเทศได้อีก
เขาบอกว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่น่าผิดหวัง ภารกิจต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการปรับเปลี่ยนและไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
ตามแผนการเดิมสหรัฐจะทยอยถอนทหารจากเกือบ 10,000 นายในขณะนี้จนเหลือเกือบ 1,000 นายในสิ้นปี 2559 แต่ตามแผนการใหม่คาดว่าจนถึงปลายปี 2559 หรือต้นปี 2560 จะยังคงมีทหารเหลืออยู่ในอัฟกานิสถานเกือบ 5,500 นาย
โดยทหารเหล่านี้จะประจำการในกรุงคาบูล เมืองบากรัม เมืองจาลาลาบัด และเมืองกันดาฮาร์ และประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ที่จะรับตำแหน่งในต้นปีหน้าจะต้องรับช่วงต่อภารกิจสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 14 ปีและดำเนินการถอนทหารกลับบ้าน
เดิมตอนเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2552 โอบามาให้คำมั่นว่าจะปิดฉากสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน เพื่อพาทหารกลับบ้าน แต่กว่า 6 ปีแล้วยังมีทหารหลายพันนายประจำการอยู่ที่นั่น และมีทหารอเมริกันเสียชีวิตในอัฟกานิสถานกว่า 2,200 นายแล้ว
ขณะนี้เขาเผชิญแรงกดดันให้คงทหารอเมริกันต่อไปหลังกลุ่มตาลิบันสามารถยึดเมืองคุนดุซ เมืองยุทธศาสตร์ทางภาคเหนือได้ในเดือนที่แล้วซึ่งเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดใน14 ปีแต่ถูกขับไล่ถอนตัวออกไปในสองสัปดาห์ โอบามาบอกว่า ภารกิจของทหารอเมริกันในขณะนี้มีเพียงสองอย่าง คือ ฝึกฝนกองกำลังรักษาความมั่นคงของอัฟกานิสถาน และสนับสนุนปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มอัลไกด้า
ทหารนานาชาติสังกัดองค์การนาโต้นำโดยสหรัฐเริ่มบุกอัฟกานิสถานเมื่อปี 2544 หลังเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย.และปฏิบัติการสู้รบสิ้นสุดลงในสิ้นปี 2557
ครอบครัวของทหารมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับการขยายเวลาคงทหารในอัฟกานิสถานต่อไป โดยคนหนึ่งบอกว่าเป็นข่าวที่ไม่น่าประหลาดใจแต่ยากที่จะทำใจ และอยากให้สามีกลับบ้านได้ในที่สุด และอีกคนที่มีลูกชาย 4 คนเป็นทหาร บอกว่า รู้สึกเหมือนถูกทรยศ และกังวลว่าผู้นำคนใหม่จะหาเหตุผลที่จะขยายเวลาคงทหารไว้ในอัฟกานิสถานต่อไป แต่อีกคน ซึ่งมีสามีไปร่วมปฏิบัติภารกิจ 6 ครั้งแล้ว บอกว่า ถึงเกลียดสงคราม ก็สนับสนุนการตัดสินใจของโอบามา