เมื่อไปถึงบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน พบชาวบ้านยืนจับกลุ่มยืนมุงดูรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแลนเซอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กฉ 4255 จันทบุรี ตรวจสอบพบมีรูกระสุนปืนจำนวน 1 รู อยู่บริเวณกระจกด้านหน้าฝั่งซ้าย (ฝั่งผู้โดยสาร) โดยมีนางฐิติยา สงรัตน์ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว ยืนอยู่ด้วยอาการตื่นตระหนก พร้อมกับเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ19.00น. ตนได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาจากบ้านย่านมีนบุรีเพื่อมารับลูกสาวด.ญ.อานัตตา สงรัตน์ อายุ 14 ปีเรียนอยู่ชั้นม.4 รร.บดินทร์เดชา สิงหเสนี 2 โดยหลังเลิกเรียนลูกสาวจะไปเรียนพิเศษ จึงนัดรับกลับบ้านที่่ห้างอมอรินี่ แยกสวนสยาม
"เมื่อรับลูกสาวที่ลานจอดรถแล้ว ตนได้ขับรถเข้าถ.สวนสยามกลับรถเพื่อจะวิ่งออกถ.รามอินทรา ขณะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าถนนรามอินทรานั้น ได้ยินเสียงกระจกแตกเสียงดังมาก ก่อนที่ลูกสาวฟุบลงแล้วบอกฉันว่าถูกยิง จากนั้นลูกสาวได้เปิดประตูรถวิ่งข้ามถนนเพื่อจะมาที่รพ.นพรัตน์ฯที่อยู่ใกล้ๆกัน ซึ่งตอนนั้นมันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันห้ามไม่ทัน จึงรีบขับรถตามมาที่รพ. แต่พบว่าลูกสาวยังมาไม่ถึง จึงประสานให้รถกู้ชีพของรพ.ไปรับตัวลูกสาวมา" นางฐิติยา กล่าว
นางฐิติยากล่าวอีกว่า สำหรับอาการล่าสุดของลูกสาวถูกยิงเข้าไหล่ขวา แพทย์ยังไม่ผ่าตัดรอให้ความดันลดลงก่อน โดยลูกสาวยังสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ ทั้งนี้ระหว่างที่ตนรับลูกสาวก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ และก็ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ตนไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุุหรือว่ามีคนหวังทำร้าย
ด้านพ.ต.ท.รักศักดิ์ กล่าวว่าเบื้องต้นจากการสอบปากคำแม่ของคนเจ็บไม่พบว่ามีเรื่องบาดหมางกับใคร แต่ยังไม่ได้สอบปากคำของลูกสาว ต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อน ส่วนรถเก๋งได้นำไปจอดที่สน.ให้กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบต่อไป แต่เบื้องต้นพบว่ากระสุนเป็นชนิดลูกซอง ยังไม่ทราบชนิดอาวุธปืนต้องรอตรวจสอบ