เนชั่นทีวี

ข่าว

สช.ชี้คนไทยป่วย "โรคกลัวหลุดออกจากกลุ่ม"

29 ก.ย. 2558 | wanchat

สช.ชี้คนไทยป่วย "โรคกลัวหลุดออกจากกลุ่ม"

คนไทยป่วยโรคกลัวหลุดออกจากกลุ่ม ต้องรีบแชร์-โพสต์ หากไม่ทำหวั่นเชย ตกกระแส ทำให้ละเมิดสิทธิคนอื่น แพทย์ชี้กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์เป็นส่วนหนึ่งแพร่ภาพ แนะวางกรอบสร้างบรรทัดฐานวิชาชีพ

เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ บอกว่า ตอนนี้คนไทยเป็นโรค"โฟโม เฟีย ออฟ มิตติ้ง เอ้า" หรือโรคกลัวหลุดออกจากกลุ่ม คือใช้โซเซียลคิดแค่ว่าอยากแชร์ให้คนอื่นรู้ว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นเป็นคนแรกๆ หากไม่แชร์ก็จะหลุดออกจากสังคม คิดว่าตัวเองเชย ตามไม่ทันกระแส จึงต้องสื่อสารตลอดเวลาทำให้กลั่นกรองข้อมูลน้อยลง จนลืมคำนึงไปว่าบางโพลต์ บางแชร์ไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยเฉพาะภาพและข้อมูลทางสุขภาพ
ยกตัวอย่างกรณีระเบิดราชประสงค์ที่มีการแชร์ภาพชิ้นส่วนศพ ผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และกรณีเด็กคนหนึ่งป่วยต้องการรับบริจาคเลือด จึงประกาศลงเฟซบุ๊คส์ เอาภาพที่เห็นหน้าเด็กลงด้วย ความจริงแล้วไม่เหมาะสมเลย อาจลงประกาศได้ แต่ไม่ควรเอาหน้าเด็กมาให้เห็น
หากมองตามกฏหมายแล้วอาจละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ระบุว่า ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดนำไปเปิดเผยและทำความสียหายให้บุคคลนั้นไม่ได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นโดยตรง หากละเมิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้น การบังคับใช้กฎหมายนี้จึงจำเป็น โดยเฉพาะองค์กรวิชาชีพต้องใช้ ให้รู้ว่าอะไรถูก ไม่ถูก อะไรควร ไม่ควร เพื่อเกิดบรรทัดฐาน แต่ที่สำคัญที่สุดคือการเกิดสำนึก คำนึงถึงศักดิ์ศรี ไม่ซ้ำเติมผู้ป่วย
ด้าน นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ แพทย์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การเผยแพร่ข้อมูลผู้ป่วย ส่วนหนึ่งมาจากบุคลากรทางการแพทย์ที่มีข้อมูลผู้ป่วยมากที่สุดแล้วนำมาเผยแพร่เอง ซึ่งเรื่องนี้องค์กรวิชาชีพต้องสร้างบรรรทัดฐานอย่างแพทย์ต้องวางตัวอย่างไรให้เหมาะสม พยาบาล เภสัชกรรม เวรเปล ควรมีหลักปฏิบัติอย่างไร
อย่างไรก็ตาม การห้ามทุกคนคงเป็นไปได้ยาก เพราะมีเรื่องสิทธิคู่ขนานมากับเสรีภาพ จึงต้องทำให้ทุกคนเกิดความตระหนัก

ข่าวล่าสุด