การจัดงานเสวนา "คนไทยกลัวอะไร ถ้ามีโรงไฟฟ้าถ่านหิน" ที่จัดขึ้นโดย สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เช้านี้ เริ่มต้นการเสวนาด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ที่บอกว่า ประชาชนคนไทย น่าจะกลัวมาจากภาพหลอนในอดีตจากกรณีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ จะมีการพัฒนามากขึ้นแล้ว แต่หลายคนก็ยังกังวลต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งภาครัฐก็ถือเป็นบทเรียนเก่าๆ ที่จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีความเสี่ยงด้านพลังงาน เพราะพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 70 จึงทำให้ต้องปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า 20 ปี หรือ พีดีพี 2015 โดยจะต้องปรับลดการใช้ก๊าซธรรมชาติลงเให้หลือเพียงร้อยละ 37 และใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้าถ่านหินให้เพิ่มขึ้น จากสัดส่วนร้อยละ 18 เป็นร้อยละ 23 เพราะแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศกำลังจะหมดลง ซึ่งในอนาคตต้องนำเข้าพลังงานมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า นี่จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญเพราะราคาเชื้อเพลิงผันผวนตลอด แม้นว่าขณะนี้ราคาน้ำมันจะอยู่ในช่วงขาลง
ด้านผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สุนชัย คำนูณเศรษฐ์ บอกว่า ประชาชนยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและยังไม่ทราบว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ มีการพัฒนาไปก้าวหน้ามากกว่าในอดีต ทั้งนี้ เห็นว่าแผนพลังงาน PDP ฉบับ 2015 การวางแผนเรื่องพลังงานทางเลือก มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าไม่เร่งดำเนินการก็จะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคตซึ่งจะมีปลต่อเศรษฐกิจของประเทศ และไม่สามารถแข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งเรื่องของข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่สามารถสืบค้นได้ แต่ปัจจุบันก็ยังมีประชาชนบางกลุ่มเข้าใจและยังยึดติดอยู่กับข้อมูลที่ผิดและสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่
ขณะที่ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะลันตา ธีรพจน์ กษิรวัฒน์ นั้นบอกว่า ประชาชนยังหวาดกลัวและกังวลต่อการสร้างโรงไฟฟ้า เห็นได้จากอดีตที่มีคนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ป่วยเป็นจำนวนมากหลังจากมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยหลังจากป่วยแล้วประชาชนในพื้นที่ก็ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีแถมยังถูกโรงพยาบาลในพื้นที่ปฏิเสธการตรวจรักษาจึงต้องมาตรวจถึงรพ.ในกรุงเทพ