ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 10 กันยายน พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.วัฒนชัย มณฑีรรัตน์ รอง ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ธราดล เหมพัฒน์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ชลสิทธิ์ เทียมทัต สว.กก.6 บก.ป.แถลงจับกุมนายณรงค์ศักดิ์ หรืออ้วน สมิทจิตต์ อายุ 47 ปี หนึ่งในสมาชิกแก๊งควาย ชาว จ.นครศรีธรรมราชตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.1198/2557 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2557 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง จับกุมได้ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ริมถนนสายเอเชีย กม.ที่ 47 ต.ท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ญถ 1327 กรุงเทพมหานคร เตรียมออกไปหลอกลวงเหยื่อในพื้นที่ดังกล่าว
พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเนื่องจากตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2556 ถึงวันที่ 8 มกราคม 2557 ผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายโดยทำทีเข้ามาติดต่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งที่ดิน ซึ่งมีการประกาศขายเอาไว้ในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในหลายจังหวัดทางภาคใต้ จากนั้นก็จะนัดพบเพื่อตกลงจ่ายเงินมัดหรือทำสัญญาซื้อขาย แต่ระหว่างนั้นก็จะออกอุบายหว่านล้อมให้เหยื่อตายใจ ก่อนจะลวงให้เล่นการพนันกำถั่ว จนผู้เสียหายต้องสูญเงินไปเป็นจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวน 13,200,000 บาท โดยก่อเหตุมาแล้วในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวต่อว่า หลังจากชุดสืบสวน กก.6 บก.ป.ได้เฝ้าสืบสวนติดตามแก๊งต้มตุ๋นรายนี้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมนายธีระ ถาวร อายุ 55 ปี ชาว จ.ภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ซึ่งนายธีระ เป็นหัวหน้าแก๊งควาย ที่มีเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการอีกหลายรายเมื่อสืบสวนขยายผลต่อจากนั้นทางตำรวจ กก.5 บก.ป.จึงสามารถติดตามจับกุม นายธีระยุทธ หรือเล็ก ทองหอม อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักย่านคลองสามวา กทม.เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา รวมทั้งสามารถจับกุม นายชูชีพ โพธิอำพล อายุ 57 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ข้อหาวิ่งราวทรัพย์ จับกุมได้ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา หลังจากพบว่าร่วมกับแก๊งควาย หลอกลวงผู้เสียหายมาเล่นพนันกำถั่ว
พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ยังพบว่าผู้ต้องหาได้เตรียมจะเดินทางไปหลอกลวงผู้เสียหายในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ก่อน อยากฝากถึงผู้ต้องหาที่กระทำความผิด ขอให้รีบเข้ามอบตัว เพราะถึงอย่างไรเจ้าหน้าที่ก็จะติดตามจับกุมให้ได้เพื่อกวาดล้างขบวนการเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยอ้างว่า เป็นเพียงผู้เปิดบัญชีธนาคารที่ถูกนำมาใช้ในการรับโอนเงินจากผู้เสียหายเท่านั้น แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกอุบายหลอกลวงเหยื่อมาเล่นพนันกำถั่ว ซึ่งการใช้บัญชีธนาคารในชื่อตนจะได้รับเงินส่วนแบ่งร้อยละ 10 ของเงินที่เหยื่อโอนมา โดยที่ผ่านมาได้รับเงินมาไม่ถึง 2 แสนบาท ซึ่งตนอยากฝากถึงผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดว่าขอให้รีบเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ อย่าคิดหลบหนี ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.รับไว้ดำเนินคดีต่อไป
สำหรับแก๊งควายซึ่งถูกติดตามจับกุมตัวในครั้งนี้มีผู้ร่วมขบวนการหลอกลวงเหยื่อมากกว่า 10 ราย มีการแบ่งหน้าที่กันโดยขณะนี้ยังคงมีผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีอีก 3 รายส่วนแก๊งต้มตุ๋นที่มีพฤติการณ์ออกอุบายหลอกลวงเหยื่อมาเล่นพนันในลักษณะนี้จนต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากนั้นมีอยู่ประมาณ 80 แก๊ง ทั่วประเทศ มีผู้ร่วมขบวนการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 300 คนซึ่งทางตำรวจ บก.ป.ได้เร่งสืบสวนขยายผลติดตามดำเนินคดีต่อไป