7 ปีแล้วค่ะที่ผู้ใช้ทางด่วนโทลเวย์จ่ายค่าผ่านทางในอัตราที่รัฐตกลงกับเอกชน เฉพาะดินแดงไปดอนเมืองปกติเราต้องจ่ายแค่ 35 แต่รัฐเก็บเราที่ 60 บาท และจากดอนเมืองไปยังอนุสรสถานปกติจ่ายเพียง 20 บาท แต่ขึ้นเป็น 25 บาท วันนี้ศาลตัดสินแล้วค่ะว่า รัฐและเอกชนเก็บค่าผ่านทางไม่เป็นธรรมค่ะ
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบันทางด่วนโทลเวย์ประกาศขึ้นราคาค่าผ่านทางจากดินแดงไปดอนเมืองเดิม 35 บาทเป็น 60 บาท และจากดอนเมืองไปอนุสรสถานเดิม 20 บาท เป็น 25 บาท รวมแล้วทั้ง 2 เส้นทางนี้ปรับขึ้นถึง 85 บาท คิดเป็นมมูลค่าที่สูญเสียถึง 4 พัน 1 ร้อยล้านบาท มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคให้เหตุผลว่ากรณีนี้รัฐตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณสร้างภาระให้ประชาชนเกินความสมควร แต่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนแบบไม่โปร่งใส เพราะมีการขยายสัมปทาน เปลี่ยนแปลงสัญญาและขึ้นราคาแบบไม่ขออนุญาต มูลนิธิจึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอความธรรมให้แก่ประชาชน ล่าสุดวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้ตัดสินว่าประชาชนควรได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 60 วรรคหนึ่ง แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550
ตั้งแต่ปี 2552 หรือประมาณ 2020 วัน ที่ประชาชนจ่ายค่าผ่านทางให้โทลเวย์ที่ไม่เป็นธรรม คิดเป็นเงิน 4 พัน 1 ร้อยล้านบาท กำไรเฉลี่ยประมาณวันละ 2 ล้านบาท มูลนิธิจึงเรียกร้องให้รัฐเรียกเงินคืนจากเอกชนทั้งหมด และสั่งให้กลับมาเก็บอัตราเดิม
คำสั่งศาลปกครองกลางในทางกฎมายยังไม่ถือว่าสิ้นสุด เพราะผู้ถูกฟ้องสามารถยื่นอุธรต่อได้ แต่ทนายความมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคบอกว่า ไม่อยากให้รัฐปัจจุบันยื่นอุธรต่อ
หลังจากนี้มูลนิธิก็จะขับเคลื่อนโดยยื่นหนังสือต่อภาครัฐให้เร่งกำหนดการเก็บค่าทางด่วนในอัตราเดิม และเรัยกเงินจากเอกชนคืน