อีก๒๐ ข้างหน้ากระทรวงพลังงานมีแผนที่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อใช้เป็นพลังงานหลักเสริมจากพลังงานถ่านหินแต่กว่าจะถึงวันนั้น การทำความเข้าใจต่อประชาชนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีความจำเป็น โดยวันนี้มีจัดโครงการที่นครนายก ชาวบ้านที่นี่ ยังคงมีหลายคำถามและต้องการพลังงานที่สร้างผลกระทบน้อยที่สุดครับ
จังหวัดนครนายกเป็นหนึ่งใน ๒๙ จังหวัดพื้นที่ยุทธศาสตร์ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ วันนี้ที่โรงแรมจันทรารีสอร์ท มีหัวหน้าหน่วยราชการท้องที่ และผู้นำชุมชน รวมถึงสื่อมวลชนท้องถิ่น จำนวน๕๐ คนเข้าร่วมโครงการสร้างความเข้าใจเพื่อพัฒนาทัศนคติที่มีต่อกรสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์
ผู้อำนวยการกองศึกษาและประสานงานพลังงานนิวเคลียร์นายวชิรวิชญ์ บุญสม บอกว่า การทำความเข้าใจครั้งนี้เน้นที่หัวหน้างานราชการเป็นหลักก่อนจะขยายลงสู่ประชาชนทั่วไป
นายวชิรวิญช์ระบุว่า แผนพีดีพี ฉบับล่าสุด เลื่อนโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ออไปอีก๖ ปี เป็นปี ๒๕๗๘ ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้มีมติให้สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน
อย่างไรก็ตามการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตามหลักสากล IAEA ที่ต้องปฏิบัติตามข้อมติต่างๆตามสนธิสัญญารวมทั้งกฎระเบียบะมาตรการต่างๆ ทั้งหมด ๑๙ ประเด็น ขณะนี้ได้ดำเนินการเรียบร้อยใกล้จะครบทุกประเด็นแล้วแต่ยังเหลืออีก ๒-๓ ประเด็นสำคัญคือประชาชนไม่มั่นใจและยังมีความกลัวจากอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในต่างประเทศ?
ส่วนประเด็นทางเทคนิคถูกประเมินผ่านหมดแล้วเช่น จัดทำข้อระเบียบกฎหมาย นโยบาย และการพัฒนาบุคคลากรรวมถึงารคัดเลือกสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ไม่อยู่บนรอยเลื่อนแผ่นดินไหวและมีแหล่งน้ำเพียงพอ
แต่สำหรับชาวบ้านตำบลท่าช้างจังหวัดนครนายก อย่างนายสมบูรณ์ ต่อมตู้ ยังคงมีความกังวลหากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเกิดโดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านมีความพยายามที่จะขอเข้าไปดูและศึกษา ที่ศูนย์ศึกษาปรมนูเพื่อสันติที่อำเภอองครักษ์ พร้อมกับสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าหน้าที่ทำให้มีข้อกังขาเรื่องความโปร่ง และรู้สึกว่าได้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน จากกระทรวงพลังงาน