ความคืบหน้ากรณีที่มีการเผยแพร่คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่พ่อในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ทำร้ายลูกชายด้วยการใช้เท้าเตะหน้าถึง12 ครั้งก่อนที่จะตบและจับยกขึ้นบีบคอแล้วทิ้งลงกับพื้นระหว่างที่ตรวจการบ้านลูกชายแต่ลูกไม่สามารถตอบคำถามวิชาเลขได้ ในขณะที่พ่ออยู่ในอาการคล้ายคนมึนเมา และกลายเป็นเรื่องที่วิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงพฤติกรรมความโหดร้ายของพ่อคนนี้
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ10.00 น.วันนี้ ที่สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่ และ น.ส.ชมฤดี นาทะศิริ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สงขลา ได้นำตัว นายพีระศักดิ์ หมัดอาดัม อายุ 30 ปี พ่อแท้ๆของเด็กชายวัย5 ขวบ มาชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
พล.ต.ต.อำพล กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเวลา20.30 น.วันที่23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภายในแฟลตการเคหะแห่งชาติ แฟลตที่ 2 ชั้น4 ห้อง 2/51 และการนำตัว นายพีระศักดิ์ มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนและสาธารณชนไม่ได้ตั้งใจจะประจารแต่ต้องการให้เป็นตัวอย่างและอุทาหรณ์ของครอบครัวอื่นๆ ที่อาจจะรักลูกแต่ใช้วิธีการสอนที่ผิด ซึ่งการกระทำของ นายพีระศักดิ์ กับลูกอาจจะหนักเกินไปจน ลูกชายคนโตอายุ 6 ขวบต้องไปอยู่กับญาติที่ภูเก็ต ส่วนลูกที่ปรากฏในคลิปเป็นลูกคนที่สอง และยังมีลูกสาวอีก2 คนอายุ4 ขวบกับ2 ขวบ ส่วนภรรยากับมีอาชีพทำงานร้านอาหารรายได้วันละ 400 บาท ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากความเครียดเนื่องจากตกงานและอยู่ในความมึนเมา
แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจทำร้ายลูกแต่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินคดีใน3 ข้อหา คือ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (แอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย,ทำร้ายร่างการผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ,กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็กและกระทำรุนแรงในครอบครัวซึ่งนายพีระศักดิ์ ยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาและสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
ด้านน.ส.ชมฤดี นาทะศิริ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สงขลา เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่จะไปสอบข้อเท็จจริงสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวเพิ่มเติม และเร่งดูแลช่วยเหลือเยียวยาสภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก ซึ่งขณะนี้สภาพจิตใจยังไม่ปรกติยังขวัญเสีย ต้องพาไปพบแพทย์และนักจิตวิทยาเพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจ ส่วนสภาพร่างกายนั้นไม่ได้รับผลกระทบหรือบาดเจ็บใดๆ และจะต้องดูแลช่วยเหลือแม่รวมทั้งลูกๆทั้งหมดด้วยทั้งนี้หนูน้อยคนนี้ยังสามารถอยู่ในความดูแลขอแม่ที่แฟลตการเคหะได้
ขณะที่ นายพีระศักดิ์ ได้เผยถึงความรู้สึกกับสิ่งที่ทำลงไปว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ที่ทำลงไปเพราะความโมโหที่พยายามสอนแล้วลูกไม่จำ รวมทั้งความเครียดที่ตกงานและความเมา อยากจะขอโทษอยากกอดและพบหน้าลูกชาย ยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด และสงสารลูกมาก