ด้าน นางสวาท สกุณี เกษตรกรชาวนา กล่าวว่า ตนเองทำนา 40 ไร่ ได้หว่านข้าว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากชลประทานขอความร่วมมือให้ชาวนาหยุดทำนา เนื่องจากภาวะภัยแล้งในช่วงนั้น ตนจึงได้เริ่มหว่านข้าวในช่วงเข้าหน้าฝน แต่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง จึงทำให้ต้นข้าวที่เจริญเติมโตกว่า 40 ไร่ ไม่มีน้ำเลี้ยงต้นข้าว พื้นดินในแปลงนาแตกระแหง เพราะขาดน้ำเป็นเวลานาน รวมถึงน้ำในคลองแอนแห้ง ตนไม่สามารถสูบน้ำเข้าแปลงนาได้
นางสวาท กล่าวอีกว่า ตนเองได้กู้เงินสหกรณ์เพื่อการเกษตร จำนวน 80,000 บาท รวมกับเงินทุนที่ตนมีอยู่ทั้งหมด 100,000 บาท ได้ลงทุนกับการปลูกข้าวครั้งนี้จนหมดแล้ว หากไม่ได้ผลผลิตก็จะทำให้เป็นหนี้เพิ่มขึ้น จนกระทั่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้ มีฝนตกลงมาบ้าง จึงทำให้ต้นข้าวที่ใบเริ่มเหลือง กลับเขียวชะอุ่มขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอต่อแปลงนาและดินที่ต้องการน้ำอยู่ในขณะนี้
"หากมีน้ำไหลเข้ามาในคลองแอนและคลองซอย ชาวนาต่างๆที่อยู่ใกล้เคียง ได้เฝ้ารอน้ำกันอยู่แล้ว ก็จะแย่งกันสูบน้ำเข้าแปลงนาของแต่ละคน ใครสูบไม่ทัน ก็ไม่มีน้ำเลี้ยงต้นข้าว หากไม่ได้น้ำเพิ่มเติมภายในแปลงนาภายใน 1 อาทิตย์ ต้นข้าวก็จะยืนต้นตายคาแปลงนาข้าวแน่นอน ชาวนาอย่างเราก็ได้แต่เพียงเฝ้ารอฝนตกเท่านั้น ที่พอจะหวังได้" นางสวาท กล่าว