เนชั่นทีวี

ข่าว

"เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" ให้ถ้อยคำศาลปกครอง ไต่สวนคำขอคุ้มครองชั่วคราว คดีฟ้อง กสทช.

21 ก.ค. 2558 | Ekkapon

"เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" ให้ถ้อยคำศาลปกครอง ไต่สวนคำขอคุ้มครองชั่วคราว คดีฟ้อง กสทช.

เจ๊ติ๋ม ทีวีพูลพร้อมทนาย ให้ถ้อยคำศาลปกครอง ไต่สวนคำขอคุ้มครองชั่วคราวคดีฟ้องกสทช.ระบุ ลุกขึ้นสู้เพื่อ กสทช. ทบทวนหน้าที่ ทำตามแผนแม่บทให้ครบ ปัด ปิดทาง กสทช. หวังร่วมหาทางออก คนไทยรู้จักดิจิตอลได้รับประโยชน์แท้จริง ขณะที่ พ.อ.นที รอง ปธ.กสทช. นำทีม ให้ถ้อยคำเอง


ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 21 ก.ค. 58 เวลา 13.10 น.นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชยหรือติ๋ม ทีวีพูล กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทไทยทีวี จำกัด ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ประเภทช่องรายการข่าวและสาระ เดินทางมาพร้อมกับนายสุชาติ ชมกุล ทนายความและคณะ เพื่อให้ถ้อยคำในคดีดำหมายเลข 1164/2558 ที่นายสุชาติ ศรีวรกร ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนคดี ได้นัดไต่สวนบริษัท ไทยทีวีฯ ผู้ฟ้องคดี และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ถูกฟ้องคดี เพื่อพิจารณาคำร้องขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของบริษัท ไทยทีวีฯ ที่ผู้ฟ้องขอให้ศาลสั่ง กสทช. ผู้ถูกฟ้อง ระงับการดำเนินการใดๆ ตามหนังสือค้ำประกัน 16 ฉบับ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดี หรือมีคำสั่งจนถึงที่สุด เนื่องจากผู้ฟ้อง เกรงว่า บริษัท ไทยทีวีฯ ผู้ฟ้องจะต้องถูกบังคับเอาหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งเป็นที่ดินของบริษัท และที่ดินอื่นอีกหลายแปลง นำไปขายทอดตลาด แล้วหากภายหลังศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทชนะคดีที่ฟ้อง ก็ยากที่จะเยียวยาในการนำทรัพย์สินกลับคืนมาในภายหลัง
โดยคดีนี้ บริษัท ไทยทีวีฯ ได้ยื่นฟ้อง กสทช. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา เรื่อง กระทำการโดยมิชอบ ละเลยต่อหน้าที่ทำให้เกิดความเสียหาย จากกรณีที่ กสทช.ละเลยต่อหน้าที่ในการปฏิบัติตามแผนแม่บทแม่บทกิจการวิทยุโทรทัศน์ ทั้งเรื่องการขยายโครงข่ายสัญญาณทีวีดิจิตอลที่ล่าช้า รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ และผิดต่อ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 บริษัท ไทยทีวีฯ ผู้ฟ้อง จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนหนังสือของ กสทช. เรื่องการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และห้ามกสทช.ดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับตามหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 10 ก.พ. 57 รวม 16 ฉบับ และให้ กสทช. คืนหนังสือค้ำประกันให้กับ บริษัท ไทยทีวีฯ ด้วย รวมทั้งให้ กสทช.คืนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงินจำนวน 365,512,000 บาท และค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยอีกจำนวน 713,828,282.94 บาท และขอศาลมีคำสั่งให้การประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเภทบริการธุรกิจระดับชาติของ กสทช. เป็นโมฆะ
ก่อนการไต่สวนนางพันธุ์ทิพา หรือติ๋ม ทีวีพูล กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทไทยทีวี จำกัด กล่าวว่า กสทช. ให้เวลาขึ้นตัวหนังสือวิ่งเรื่องการยุติการออกอากาศของบริษัท ไทยทีวีฯ 30 วันก่อนการยุติออกอากาศเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน ซึ่งจะครบกำหนดการออกอากาศในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 25ก.ค. นี้ ถือเป็นการยุติการออกอากาศของช่องไทยทีวีในระบบดิจิตอลในส่วนของกฎมัสแครี่ แต่ในส่วนของดาวเทียมและเคเบิลช่อง 7 ยังคงออกอากาศเหมือนเดิมเพื่อให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด ซึ่งการยุติการออกอากาศดังกล่าวเป็นคำสั่งของ กสทช.วันนี้ในการไต่สวนรอฟังว่า กสทช.จะเปิดโอกาสหรือไม่อย่างไร เพราะเราเองก็ไม่ได้อยากฟ้อง แต่มีความเสียหายเกิดขึ้น และไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่อยากให้ กสทช.รู้จักหน้าที่และบทบาทของตนเอง เพราะตนเชื่อว่าไม่ใช่แค่ช่องไทยทีวีช่องเดียวที่เสียหาย ยังมีเจ้าอื่นที่เสียหายอีก โครงการดิจิตอลที่เกิดขึ้นส่วนตัวเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี หาก กสทช.สามารถปฏิบัติตามที่ข้อตกลงที่ให้ไว้ ส่วนข้อเสนอที่ กสทช.เคยเสนอเรื่องการปรับลดสัดส่วนการถือหุ้น หรือการชวนพันธมิตรร่วมลงทุน ก็ต้องให้ กสทช.เป็นผู้เชิญชวนมาเพราะไม่ใช่หน้าที่ของเรา ตนไม่ได้มีอำนาจในการสร้างบทบาทของวงการดิจิตอลได้อย่างเต็มที่ แต่ กสทช.คือหน่วยงานที่มีอำนาจใหญ่จึงควรปฏิบัติตามที่เคยให้แนวทางไว้
นางพันธุ์ทิพา กล่าวชี้แจงด้วยว่า ในวันที่ตัดสินใจลงทุนทำทีวีดิจิตอล ตนมีเงิน 2,000 ล้านบาทซึ่งเป็นเงินทั้งชีวิตและก่อนลงทุนทำธุรกิจ มีการศึกษาแล้ว ทำงานในวงการมา 38ปี มีการศึกษาและวิเคราะห์อย่างดีแล้วก่อนที่จะลงทุน มีการจ้างผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ถึงการลงทุนดังกล่าวแล้ว แต่ปัจจุบันธุรกิจก็ยังไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะ กสทช.ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ สำหรับแนวทางต่อไป หากเจรจา กับ กสทช.ไม่สำเร็จ ก็ต้องยุติการออกอากาศ หากบริษัท ไทยทีวี ฯ หรือตนเองล้มละลายก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะเรายังมีทีวีพูลอยู่ แต่เป็นห่วงคนไทยว่าจะไม่ได้รูจักทีวีดิจิตอลที่แท้จริงเป็นอย่างไร ตนลุกขึ้นสู้ เป็นตัวแทนประชาชน เพื่อให้ กสทช.ทบทวนการทำหน้าที่ของตัวเองว่าได้ทำครบหรือยัง
นางพันธุ์ทิพา กล่าวอีกว่า การไต่สวน จะแถลงต่อศาล 5 หมวด ถึงความผิดของ กสทช. เช่น ความผิดต่อแผนแม่บท ซึ่งแผนแม่บทเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดตาม และความผิดในการเชิญชวนสื่อต่างๆ ร่วมประมูลผ่านช่องทางการสื่อสาร ทำให้ผู้ลงทุนอยากร่วมลงทุน และให้คำมั่นว่าทั้งประเทศจะสามารถเปลี่ยนผ่านมาสู่ระบบดิจิตอลได้ภายใน 1 ปี เป็นต้น ซึ่งเราได้จัดทำเอกสารส่งศาลแล้ว
การมาวันนี้ไม่ได้มาเพื่อปิดทาง กสทช. แต่ให้ กสทช.เสนอวิธีการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาทั้งหมด เพราะเชื่อว่าไม่มีใครรอดหาก กสทช.ยังคงปฏิบัติหน้าที่เช่นนี้ และสิ่งที่เลวร้ายคือ ประเทศไทยจะไม่ได้รู้จักทีวีดิจิตอลเพราะตอนนี้มีแต่ประเทศไทยที่มีการติดเสา 6 เมตร 15 เมตรทั้งที่ความจริงไม่จำเป็น หากมีคำตอบที่ดีจาก กสทช.ทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ ในแง่ของธุรกิจ ก็สามารถทำต่อได้ นางพันธุ์ทิพา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไต่สวนวันนี้ ฝ่าย บริษัท ไทยทีวี ฯ ที่เดินทางมาให้ถ้อยคำ ประกอบด้วย นางพันธุ์ทิพา หรือติ๋ม ทีวีพูลกรรมการบริษัท , นายเฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ ทนายความอาสา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, นายสุชาติ ชมกุล ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย และน.ส.ดลณภา คำสอนขณะที่ฝ่าย กสทช. ซึ่งเข้าไต่สวนประกอบด้วย พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช., น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. , นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการ รองเลขาธิการ กสทช. และ น.ส.มณีรัตน์ กำจรกิจการ ผอ.สำนักการอนุญาตการประกอบกิจการกระจายเสียง กสทช.

"เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" ให้ถ้อยคำศาลปกครอง ไต่สวนคำขอคุ้มครองชั่วคราว คดีฟ้อง กสทช.

"เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" ให้ถ้อยคำศาลปกครอง ไต่สวนคำขอคุ้มครองชั่วคราว คดีฟ้อง กสทช.

ข่าวล่าสุด