สิงห์ เอสเตท มั่นใจ ธุรกิจอสังหาฯฟื้นตัว
19 ก.ค. 2558 | wanchat

สิงห์ เอสเตท มั่นใจโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ จะช่วยให้ธุรกิจอสังหาฯฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง แต่วิกฤติเศรษฐกิจกรีซและจีนยังเป็นเรื่องที่น่ากังวล
ข่าว
19 ก.ค. 2558 | wanchat

สิงห์ เอสเตท มั่นใจโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ จะช่วยให้ธุรกิจอสังหาฯฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง แต่วิกฤติเศรษฐกิจกรีซและจีนยังเป็นเรื่องที่น่ากังวล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท นริศ เชยกลิ่น บอกว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น เพราะจะมีปัจจัยบวกจากการขับเคลื่อนโครงการลงทุนของภาครัฐ ทั้งโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ซึ่งโครงการเหล่านี้ใช้เวลาก่อสร้างไม่นาน และยังช่วยกระตุ้นภาคอสังหาฯให้ฟื้นตัว โดยเฉพาะตามแนวเส้นทางโครงการ ส่วนปัจจัยลบคือวิกฤติเศรษฐกิจในกรีซและจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากกว่าปัจจัยในประเทศสำหรับการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 4 พันล้านบาท แต่ในปี 2559 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 6 พันล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากโครงการลงทุนโรงแรมในเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายพื้นที่ รวมทั้งโครงการโรงแรมในเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเปิดให้บริการในปีที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างขยายกิจการเช่นกัน
ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2559 บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาทเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ และโครงการบ้านเดี่ยว 1 โครงการ มีทั้งที่อยู่ใจกลางเมืองและพื้นที่รอบนอกเมืองตามแนวรถไฟฟ้า และหัวเมืองในต่างจังหวัด และอาจมีการเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุนประมาณ 6-7 ดีล โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะสรุปดีลซื้อกิจการ 3 ดีล มูลค่ารวมประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยหนึ่งในจำนวนนี้เป็นธุรกิจโรงแรมในภาคใต้ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว
บริษัทตั้งเป้าว่าจะทำรายได้ 2 หมื่นล้านบาทในช่วง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2558-2562 โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 60% และรายได้จากการเช่า ทั้งอาคารสำนักงานและโรงแรม 40% ขณะที่กำไรขั้นต้นมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 30% ส่วนการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อยู่ที่ 40-50% โดยในช่วง 3 ปีแรก รายได้ส่วนใหญ่จะมาจากการเข้าซื้อกิจการ และช่วง 2 ปีหลังจะมาจากโครงการที่บริษัทลงทุนก่อสร้างนอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน โดยตั้งเป้าลงทุนในประเทศเมียนมาร์ กัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งเริ่มเจรจาไปบ้างแล้ว