จากการสอบถาม นายเปลี่ยน แสงทอง อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.8 ต.เมืองใหม่ อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา กรรมการวัด ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่อาศัยด้านฝั่งตรงข้ามคลองหน้าวัด กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเป็นสัปเหร่อ อยู่ที่นี่มานานหลายสิบปีแล้ว ก็ได้เห็นต้นโพธิ์สีขาวต้นนี้โผล่งอกอยู่ที่โคนต้นโพธิ์ใหญ่ต้นนี้มานานแล้ว โดยไม่ทราบว่า ต้นโพธิ์ต้นนี้โผล่งอกขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด เนื่องจากบริเวณนี้เคยเป็นป่ารกทึบที่ทางวัดปล่อยทิ้งไว้มานาน ต่อมาภายหลังได้มีการเข้ามาแผ้วถางต้นไม้ออกจนเตียน ก็ได้พบเห็นต้นโพธิ์ขาวต้นนี้แล้ว
เดิมต้นโพธิ์สีขาวที่ปรากฏอยู่นี้ ได้มีการพบเห็นโพธิ์ขาวงอกขึ้นมารวม 3 ต้น แต่ได้เหี่ยวเฉาตายไปแล้วจำนวน 2 ต้น โดยต้นที่ยังอยู่นี้ ถือเป็นต้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดกว่าบรรดาต้นโพธิ์สีขาวที่มีการค้นพบมาพร้อมกัน ซึ่งมีความสูงประมาณ 2 เมตรเศษเกือบ 3 เมตร และงอกขึ้นมาอยู่ใกล้กันกับโคนต้นโพธิ์ใหญ่มากที่สุด ห่างเพียงประมาณ 3 เมตรเท่านั้น
ส่วนอีก 2 ต้นนั้นงอกขึ้นมาอยู่ห่างออกไปอีกด้านหนึ่งของโคนต้นโพธิ์ใหญ่ โดยอยู่ห่างประมาณ 7-8 เมตร 1 ต้น และอีกหนึ่งต้นอยู่ห่างไกลออกไปอีกถึงกว่า 20 เมตร ซึ่งทั้งสองต้นมีความสูงประมาณ 1 เมตร
ซึ่งครั้งแรกก็เชื่อว่า ต้นโพธิ์ทั้ง 3 ต้นนี้ มีการโผล่งอกเกิดขึ้นมาจากรากของต้นโพธิ์ใหญ่ แต่เมื่อดูจากต้นที่ตายไปแล้วนั้น ไม่มีรากหรือมีส่วนหนึ่งส่วนใด ที่ไปเกี่ยวข้องกันกับต้นโพธิ์ใหญ่แต่อย่างใด ซึ่งคงมีการงอกเกิดขึ้นมาเองทั้ง 3 ต้น แต่ 2 ต้นที่ตายไปแล้วก่อนหน้านี้นั้น คงถูกต้นโพธิ์ใหญ่และต้นไม้อื่น ขึ้นปกคลุมหนาแน่น จึงทำให้การเจริญเติบโตสู้ต้นไม้ใหญ่ข้างเคียงไม่ไหว ก่อนที่จะตายไป ส่วนต้นโพธิ์ขาว ต้นที่เหลืออยู่นี้ ตนก็ยังเห็นว่า มีความสูงอยู่เท่าเดิมมานานแล้วตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
"โดยที่ไม่ได้มีการแตกกิ่งก้าน จนมีลำต้นขนาดใหญ่สูงมากไปกว่านี้ โดยกิ่งก้านที่แตกขึ้นมาใหม่นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการแตกกิ่งขึ้นมา เพื่อทดแทนกิ่งเก่าที่แห้งเฉาและหักร่วงลงไปเท่านั้น แต่ไม่ได้มีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นหรือสูงไปจากเดิมแต่อย่างใด " นายเปลี่ยน กล่าว
กรรมการวัดรายนี้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันทางวัดก็ไม่ได้มีการบำรุงรักษาอะไรต่อต้นโพธิ์ต้นนี้มากนัก ได้แต่เพียงช่วยรดน้ำที่โคนต้นให้บ้างเท่านั้น และได้มีการทำลูกกรงเป็นรั้วเหล็กมากั้นปิดล้อมเอาไว้ เนื่องจากที่ผ่านมา คนที่เดินทางมาพบเห็นมักจะพากันเด็ดใบสีขาวของต้นโพธิ์ ติดมือกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก หรือนำไปบูชาตามความเชื่อด้วย จนบางปีต้นโพธิ์ถึงกับใบโก๋นหมดทั้งลำต้น ทางวัดจึงจำเป็นต้องล้อมรั้วเอาไว้ เพราะเกรงว่า ต้นโพธิ์สีขาวต้นที่เหลืออยู่นี้ จะตายตามต้นโพธิ์สีขาว 2 ต้น ที่ตายไปก่อนหน้านี้แล้ว
ก่อนหน้านี้ อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยให้ความถึงปรากฎการณ์นี้ว่าใบโพธิ์สีชมพู เป็นเรื่องธรรมชาติ เพียงแค่ต้นโพธิ์กลายพันธุ์ จึงดูแปลกตาเหมือนยอมสี เคยเห็นมาก่อนในหลายจังหวัด ซึ่งตามปกติแล้ว เมื่อต้นโพธิ์ผลัดใบ ใบใหม่จะเป็นสีขาวๆอมชมพู แล้วเปลี่ยนเป็นแดงเข้มขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวในที่สุด ดังนั้นต้นที่เจอว่ามีใบสีชมพู แสดงว่ากลายพันธุ์ ยีนที่สร้างคลอโรฟิลล์ ผิดปกติไป เลยไม่เขียว