ทุกวันนี้น้องบอลต้องเจียดเงินค่าขนมที่ได้รายวัน เก็บออมเป็นค่าเล่าเรียน แบ่งเบาภาระยายทองดี เฝ้ารอคอยเงินอุดหนุนคนพิการที่ปรับเพิ่มจาก 500 เป็น 800 บาทตามที่รัฐบาลให้สัญญาไว้ เป็นมติคณะรัฐมนตรีคืนความสุขให้ประชาชนคนพิการเมื่อเดือน พ.ย. 2557 แต่จนถึงขณะนี้ผ่านไป 8 เดือนแล้ว น้องบอลหนึ่งในเด็กพิการ 1.4 แสนคนยังไม่ได้รับเงินส่วนที่ปรับเพิ่มขึ้น
ยายทองดีอายุ 62 ปีดูแลน้องบอลหลานชายกำพร้าวัย 10 ขวบกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่เกิด อาศัยในชุมชนคลองเตยอยู่รวมกัน 5 ชีวิต มีรายได้จากการบีบนวดตามบ้านและขายข้าวเหนียวหมูฝอย ได้กำไรวันละ 150 บาท เป็นค่ากับข้าวเลี้ยงดูหลานๆทำให้เงินอุดหนุนคนพิการที่ได้รับจากรัฐบาลเดือนละ 500 บาทมีค่ามากมาย
เงิน 500 บาทที่น้องบอลได้รับรายเดือน ไม่เพียงพอกับค่าแท็กซี่ ที่ยายทองดีนั่งไปรับหลานชายจากโรงเรียนประจำปากเกร็ด นนทบุรี ทุกวันศุกร์ ต้องจ่ายเงินไปกลับเกือบ700 บาท ทั้งที่ใจจริงไม่อยากนั่ง เพราะไม่มีรถเมล์ผ่าน ต้องไปขึ้นหลายต่อ จึงจำใจนั่งแท็กซี่ เฉลี่ยแล้ว1เดือนยายทองดีหมดเงินไปกับค่าแท็กซี่รับส่งหลานถึง 4,800 บาท
สำหรับผู้ที่พักอาศัยในชุมชนแออัดที่มีฐานะลำบากแล้ว การหาเงินแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย และแม้ว่ารัฐบาลจะปรับเงินอุดหนุนคนพิการเพิ่มจาก 500 เป็น 800 บาทแล้วก็ตาม แต่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน
เงินที่รัฐบาลจ่ายรายเดือนมานาน 20 ปีแล้วตั้งแต่ปี 2538 เพิ่งจะปรับเพิ่มใหม่เป็น 800 บาทเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงทุกวันนี้ยังมีคนพิการใน กทม.และต่างจังหวัดหลายพื้นที่ ยังไม่ได้ปรับ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กพิการต้องดูแล