ด้านนายอารักษ์ แสนจำหน่วย กล่าวว่า เดี๋ยวนี้ทำอะไรก็ต้องอาศัยต้นทุนสูง ซึ่งเราก็ไม่ไหว เราต้องดูสภาพของตัวเราว่า เราสามารถลงทุนได้มากแค่ไหน ที่หันมาปลูกกล้วย เนื่องจากต้นทุนต่ำ หากขาดทุนจะได้ไม่เสียหายมาก เกษตรกรก็ต้องยอมรับ ต้องอาศัยลมฟ้าอากาศ ยิ่งเราเริ่มปลูกอะไรต้องศึกษาหาความรู้ ลองผิดลองถูก ลงมือทำด้วยตัวเอง รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ได้เสมอ หากเกิดปัญหาที่เราไม่สามารถแก้ไขก็ปรึกษาเพื่อนเกษตรกรท่านอื่น เพื่อเป็นแนวทางที่เรานำมาปรับใช้ที่สวนของเราได้
โดยปลูกอินทผาลัมเป็นหลักและปลูกกล้วยไข่ และกะละกอฮอนแลนด์ ที่เลือกกล้วยไข่ เนื่องจากเป็นผลไม้ที่นิยมผู้บริโภคกันทั่วไป มีรสชาติดี สามารถปลูกได้แทบทุกภาคของประเทศ ในพื้นที่ปลูกที่มีการจัดการการผลิต เพื่อให้ได้ทั้งปริมาณ โดยที่เราปลูกขณะนี้ อยู่ช่วงขยายพันธุ์ ซึ่งเมื่อหน่อกล้วยออกมาเราจะนำหน่อไปขยายพันธุ์ทำให้กล้วยยังออกผลไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร การดูแลรักษาไม่ยาก ขณะนี้ยังไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ เนื่องจากเราขุดหน่อกล้วยไปขยายพันธุ์ทำให้ผลกล้วยเจริญเติบโตไม่ดี นายอารักษ์ กล่าวและว่า
เครื่องมือที่ใช้ในการแต่งหน่อ ใช้มีดยาวปลายขอ ซึ่งการแต่งหน่อทุกครั้ง โดยเฉือนเฉียงตัดขวางลำต้นเอียงทำมุม 45 องศากับลำต้นโดยครั้งแรก เฉือนให้รอบเฉือนด้านล่างอยู่สูงจากโคนต้นประมาณ 4 ถึง 5 นิ้ว หลังจากนั้นอีกประมาณ 20 ถึง 30 วัน จึงเฉือนหน่อครั้งที่ 2 ให้รอบเฉือนครั้งใหม่อยู่ทิศทางตรงข้าม กับรอยเฉือนครั้งก่อน และให้รอยเฉือน มุมล่างสุดครั้งใหม่อยู่สูงจากรอยเฉือนมุมบนครั้งก่อน 4 ถึง 5 นิ้ว ทำการแต่งหน่อเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม คือเมื่อหน่อหลักอายุประมาณ 8 ถึง 9 เดือน ก็จะปล่อยหน่อรองให้เจริญเติบโตเป็นกล้วยตอต่อไป หรืออาจขุดหน่อไว้สำหรับปลูกใหม่หรือขายก็ได้
ซึ่งตนเองได้นำหน่อกล้วยที่ได้ไปปลูกขยายพันธุ์ในพื้นที่ 20 ไร่ จนเต็มพื้นที่ ส่วนในการดูแลรักษากล้วยเพื่อให้ได้ผลผลิตอย่างสมบูรณ์ ตนเองยังคงต้องศึกษาและลองผิดลองถูก เพื่อให้ได้ผลผลิตตามตลอดต้องการต่อไป จึงอยากฝากถึงเกษตรกรท่านอื่น หากเราไม่มีความรู้ก็ยังสามารถค้นหาความรู้เพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะหาข้อมูลเอง หรือถามจะผู้ที่มีประสบการณ์แล้ว จากนั้นนำมาปรับใช้จนตัวเราเองชำนาญ อย่ากลัวที่จะล้มเหลว ความสำเร็จอยู่ที่ความพยายามของเราเองทั้งนั้น.