มาตรา 26 ของร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ประชาชนมีฐานะเป็นพลเมือง ต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น ยึดมั่นในความถูกต้อง มีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่สร้างความเกลียดชังระหว่างคนในชาติ นี่เป็นความตั้งใจที่กรรมาธิการยกร่างฯ อยากดัดแปลงพันธุกรรมคนไทย ให้มีความตื่นตัวทางการเมืองมากกว่าเดิม
แต่ สปช กลุ่มสังคม กลับเห็นต่าง และเสนอให้ตัดคำว่าพลเมืองทิ้ง ไม่ใช่เพราะไม่เห็นคุณค่า แต่เชื่อว่าหากให้ฐานะพลเมืองแบบอัตโนมัติ โดยไม่ผ่านการปฏิบัติจริงคำว่าพลเมืองนี้ก็แทบจะไม่มีความหมาย เช่นเดียวกับประชาชนหลายคน ที่ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับคำๆนี้
ปฏิเสธได้ยากว่า การชุมนุมทางการเมืองทั้งระดับชาติ และท้องถิ่นในหลายปีที่ผ่านมา ได้ช่วยบ่มเพาะสำนึกพลเมืองในใจคนไปแล้วไม่น้อย นี่ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนได้ดี ถึงความเป็นพลเมืองที่เกิดขึ้นได้จากการปฏิบัติจริง มากกว่าแค่กำหนดลงในกฏหมาย
นอกจาก สปช.กลุ่มสังคมแล้ว ยังมี สปช. อีกหลายกลุ่มที่เห็นพ้อง เสนอให้ตัดคำว่าพลเมืองออกไปร่างรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับ สนช. ที่มองว่าเป็นคำที่อุดมคติมากเกินไป ต่อจากนี้จึงเป็นบทวัดใจกรรมาธิการยกร่างฯ ว่าจะยอมปรับแก้ไขอย่างไร เพราะการตัดคำว่าพลเมืองทิ้ง ย่อมส่งผลสะเทือนต่อร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ