เนชั่นทีวี

ข่าว

หนุ่มโพสต์เฟซบุ๊ก จราจรนอกเครื่องแบบล็อคล้อ รุดขอโทษ ตร.

05 มิ.ย. 2558 |

หนุ่มโพสต์เฟซบุ๊ก จราจรนอกเครื่องแบบล็อคล้อ รุดขอโทษ ตร.

จากกรณีหนุ่มที่ใช้ชื่่อ Pongthon Conrung โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.สำราญราษฎร์ แต่งกายนอกเครื่องแบบล็อคล้อรถยนต์ของตัวเองพร้อมเขียนใบสั่ง ลงในเฟซบุ๊ก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างหนักบนโลกออนไลน์ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า การล็อคล้อรถที่ทำผิด ในขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สวมเครื่องแบบ สามารถทำได้หรือไม่


จากนั้นผู้บังคับบบัญชาของตำรวจจราจร สน.สำราญราษฎร์ รหัสหมวก 6604 ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว บอกว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 31 พ.ค. ตำรวจจราจรคนนี้ได้แต่งกายสวมเครื่องแบบครบถ้วน ทำการล็อคล้อแล้วออกใบสั่งรถที่จอดผิดกฎหมาย เวลาผ่านไปนานจนถึงช่วงเย็นเจ้าของรถซึ่งเป็นคนโพสต์เฟซบุ๊กได้เสียค่าปรับ จึงตามตำรวจจราจรคนนี้ไปปลดล็อคให้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ออกเวรไปแล้วจึงมาในชุดนอกเครื่องแบบแต่สวมหมวกจราจร เจ้าของรถจึงถ่ายรูปแล้วมาโพสต์บิดเบือนข้อมูล ทำให้ตำรวจได้รับความเสื่อมเสีย เกิดความเกลียดชังจากคนในสังคม จึงให้ตำรวจจราจรคนนี้แจ้งความเอาผิดผู้โพสต์ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา 
จากกรณีมีการเผยแพร่ทางโซเชี่ยลออนไลน์ว่า ตำรวจไม่ใส่เครื่องแบบมาทำการล็อกล้อรถโตโยต้า วีออส สีข่าว ทะเบียน1กฐ7904กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นของวันที่1มิ.ย. ที่บริเวณหลังวัดราชนัดดารามวรวิหาร แขงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ท้องที่สน.สำราญราษฎร์ จนเป็นที่ฮือฮาในสังคมตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา10.00น.วันที่5มิ.ย. ที่สน.สำราญราษฎร์ นายพงษ์ธร ค่อนรุ่ง อายุ46ปี ผู้โพสท์ข้อความกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่สน. โดยมีพ.ต.ท.สมเกษม จารักษ์ รองผกก.จร.สน. ด.ต.สมเกียรติ สุทธินันท์ ผบ.หมู่งานจราจรรอพบและร่วมกันนั่งแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน
ทางพ.ต.ท.เกษมกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวความจริงแล้วคือ จุดเกิดเหตุนั้นห้ามจอดตลอดเวลา วันนั้นมีรถโดนใบสั่งที่จุดดังกล่าวรวม 7 คัน โดยรถโตโยต้า วีออส ถูกใบสั่งในเวลา15.43น.และทางเจ้าของรถคือนางพงษ์ธรได้ไปเสียค่าปรับที่สน.แล้ว จากนั้นในเวลา18.15น.ด.ต.สมเกียรติได้เดินทางมาปลดล็อกล้อ ไม่ใช่มาล็อกล้อตามที่ปรากฏในโซเชี่ยลมีเดีย ในคดีนี้ถือว่าผู้โพสท์ข้อความมีความผิดในข้อหาหมิ่นประมาทด.ต.สมเกียรติ และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในข้อหาหมิ่นประมาทนำเข้าข้อมูลอันเท็จ ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน5ปี ปรับไม่เกิน1แสนบาท ยอมความในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไม่ได้ ทั้งนี้ตนเน้นย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ต่อไปนี้ให้แต่งเครื่องแบบตลอดเวลา และถ่ายรูปตอนปฏิบัติหน้าที่ไว้เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา อนาคตเจ้าหน้าที่อาจต้องซื้อไม้เซลฟี่มาถ่ายรูปตอนทำงานไว้ก็เป็นได้
พ.ต.ท.เกษมกล่าวว่า วันเกิดเหตุ ด.ต.สมเกียรติออกเวรพ้นหน้าที่ไปแล้ว ตามปกติจะต้องประสานเวรจราจรผลัดใหม่ แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่จราจรผลัดใหม่ติดภารกิจ ทางด.ต.สมเกียรติจึงเดินทางมาปลดล็อกเอง ทั้งนี้ระเบียบของตำรวจ ไม่ได้ระบุเรื่องการปลดล็อกล้อว่าต้องแต่งเครื่องแบบ แต่เนื่องจากด.ต.สมเกียรติเป็นห่วงประชาชนว่าจะรอนาน หลังจากเสียค่าปรับแล้ว จึงเดินทางมาปลดล็อกให้ ซึ่งก็เข้าใจว่านายพงษ์ธรคงจะมีอารมณ์ทำให้เกิดความเข้าใจผิดโพสท์ข้อความดังกล่าวลงไป จนเกิดการแชร์ต่อสร้างความเสียหาย
ด้านนายพงษ์ธรกล่าวว่า วันเกิดเหตุตนพาครอบครัวมาดูงานนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ โดยไปจอดที่จุดดังกล่าว เห็นป้ายห้ามจอดไม่ชัด เมื่อกลับมาก็เห็นถูกใบสั่ง ไปเสียค่าปรับแล้วก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบมาปลดล็อกล้อให้ จึงเข้าใจผิดเลยถ่ายรูปแล้วโพสท์ข้อความไป หลังจากได้คุยกับรองผกก.จร.ก็ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ออกเวรมาปลดล็อกให้ วันนี้จึงแสดงความบริสุทธิ์ใจเข้ามาขอโทษ ต่อทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางสน.สำราญราษฎร์ ทางรองผกก.จร.และด.ต.สมเกียรติ การโพสท์ข้อความมีทั้งผลดีและผลลบ ขอให้ประชาชนที่ชอบโพสท์ทราบว่า หากโพสท์ข้อความไปแล้วเกิดข้อผิดพลาด ก็จะมีผลตามมา
ด.ต.สมเกียรติกล่าวว่า ตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง วันเกิดเหตุไปปลดล็อกล้อจริง ไม่ได้ไปล็อกล้อ ตนเป็นตำรวจมา22ปี ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายจราจรมาโดนตลอด ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ไม่ขอตอบโต้ แต่ขอชี้แจงในสิ่งที่ถูกต้อง วันนี้ตนให้อภัย แต่ในส่วนของคดีก็ต้องว่ากันไป สำหรับความผิดทางหมิ่นประมาท ตนไม่ติดใจ แต่ถือว่าทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย จึงต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ต่อมานายพงษ์ธรได้มอบดอกไม้ขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางร.ต.ท.ณัฏฐ์พล มีสายมงคล พงส.รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด