นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีผู้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2558 ที่ผ่านมาว่า ผู้ขับรถแท็กซี่ให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เรียกเหมาราคาโดยสารจากนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นนั้น จาการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 14 เมษายน 2558 เวลาประมาณ 19.30 น. โดยนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นจำนวน 11 ราย ได้ใช้บริการรถแท็กซี่จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย คันหมายเลขทะเบียน มฎ-7111 กทม. ซึ่งมีนายอิทธิพลสมานสามัคคี เป็นเจ้าของรถ และมีนายนิรุตติ์ โพธิ์ศรี เป็นผู้ขับ และคันหมายเลขทะเบียน มฎ-995 กทม. ซึ่งมีนายพนมยงค์ แก้วอามาตย์เป็นเจ้าของรถและเป็นผู้ขับ ซึ่งผู้ขับรถแท็กซี่ทั้ง 2 คัน ได้รับสารภาพว่ากระทำผิดจริงตามที่มีการโพสต์ข้อความ โดย คันหมายเลขทะเบียน มฎ-7111 เรียกค่าโดยสารในราคาเหมาจ่ายรวมค่าทางด่วนเป็นจำนวนเงิน 600 บาท ส่วนคันหมายเลขทะเบียน มฎ-995 กทม. เรียกค่าโดยสารในราคาเหมาจ่ายเช่นเดียวกัน เป็นจำนวนเงิน 550 บาท ซึ่งการเรียกเก็บอัตราค่าโดยสารในราคาเหมาจ่ายถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายที่ห้ามไม่ให้มีการเรียกค่าโดยสารเกินไปจากอัตราที่ปรากฏตามมาตราค่าโดยสาร กรมการขนส่งทางบกจึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในข้อหาไม่ใช้มาตราค่าโดยสารเป็นเงิน 1,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาติขับรถเป็นเวลา 30 วัน ทันที แม้จะพบว่าเป็นการกระทำความผิดครั้งแรกก็ตาม
นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนกรณีแท็กซี่ทิ้งผู้โดยสารชาวต่างชาติบนถนนมอเตอร์เวย์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2558 เวลาประมาณ 23.30 น. ซึ่งเป็นการใช้บริการแท็กซี่จากท่าอากาศสุวรรณภูมิ เช่นเดียวกัน จากการตรวจสอบพบว่า แท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน ทศ-1845 กทม. ซึ่งมีนายคงศักดิ แก่นรัตน์เป็นผู้ขับรถ รับสารภาพว่ากระทำผิดจริง จึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในข้อหาไม่ส่งผู้โดยสารให้ถึงจุดหมายปลายทาง เป็นเงิน 1,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาติขับรถเป็นเวลา 30 วัน
ทั้งนี้ ผู้ขับแท็กซี่ทั้ง 3 ราย ได้ถูกปรับเงินข้อหาไม่ใช้มาตรค่าโดยสารในอัตรา 1,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับรถเป็นเวลา 30 วัน ทำให้ถึงขณะนี้ กรมการขนส่งทางบกลงโทษพักใช้ใบอนุญาตขับรถไปแล้ว 123 ราย และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถอีก 2 ราย
นอกจากนั้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ได้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถแท็กซี่และรถสาธารณะ หากพิจารณาแล้วว่าเป็นความผิดร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ ทางกรมฯจะพิจารณาลงโทษพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที ตามฐานความผิดแม้จะเป็นความผิดครั้งแรกก็ได้ตาม"กรมฯได้เพิ่มมาตรการเข้ม แม้เป็นความผิดครั้งแรกมีสิทธิ์โดนพักใช้ใบอนุญาตทันที พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมตรวจสอบพฤติกรรมแท็กซี่ไทยผ่านแอพพลิเคชั่น DLT Check in " นายธีระพงษ์ กล่าว