กองสลากเตรียมหารือแก้ปัญหาขายเกินราคา 25 เม.ย.

อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมใช้ ม.44 แก้ปัญหาสลากเกินราคา โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษา ส่วนปัญหาโควต้าสลาก เตรียมนำเข้าหารือในที่ประชุม 25 เมษายนนี้
ข่าว
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ได้เร่งให้สำนักงานสลากฯ ไปพิจารณาว่าจะใช้มาตรา 44 ในประเด็นใดบ้างแก้ปัญหาสลาก
โดยสิ่งที่จะนำมาใช้นั้นต้องไม่ขัดกับการแก้ไข พ.ร.บ. รวมถึงต้องไปพิจาณาว่าที่นายกฯ ต้องการให้เพิ่มส่วนแบ่งให้ผู้ค้ารายย่อยเป็น 15 บาทต่อใบนั้นสามารถทำได้หรือไม่ เพราะตาม พ.ร.บ.ที่แก้ไขนั้นเพิ่มให้เป็น 10 บาทเท่านั้นจากขณะนี้ให้ 5.60 บาท (7% จากราคาขาย) เพราะถ้าเพิ่มให้ 15 บาท ต้องยอมรับว่าจะทำให้รายได้ของรัฐลดลง และอาจไม่จำเป็นต้องตั้งกองทุนซื้อคืนสลาก
นายสมชัยกล่าวต่อว่า สำหรับสลากที่จะหมดอายุในเดือนมิถุนายน 48 ล้านฉบับนั้นที่ประชุมบอร์ดสลากเมื่อ 26 มีนาคมมีมติให้ต่ออายุโควต้าให้ผู้ค้ารายเดิมที่เป็นรายย่อย สมาคนคนพิการ และมูลนิธิไปแล้ว โดยเดือนมิถุนายนนี้ยังไม่มีโควต้าของนิติบุคคล (5 เสือ) ซึ่งรอบของนิติบุคคลคือในเดือนกรกฎาคม 22 ล้านฉบับ ตรงนี้มีแนวคิดว่าจะมีการรื้อโควต้าของนิติบุคคลใหม่ไม่ต่อให้รายเดิมทันทีเหมือนรายย่อย แต่จะเปิดให้นิติบุคคลที่สนใจมาลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด
ทั้งนี้ในกระจายสลากตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไปนั้น จะให้จัดสรรให้ต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น เป็น 75% และใน กทม.เพียง 25% จากขณะนี้ในต่างจังหวัดได้รับจัดสรรเพียง 10% ใน กทม. 85-90% พร้อมทั้งจะมีเงื่อนไขอย่างเข้มงวดว่าผู้ที่ได้รับโควต้าไปขาย ต้องขายเอง มีสถานที่ขายชัดเจน ต้องมีบัตรประจำตัวผู้ค้า ที่สำคัญต้องห้ามนำไปรวมชุดถ้าเจอผิดเงื่อนไขให้ยึดโควต้าคืนทันที โดยขณะนี้กำลังรอให้สำนักงานสลากประกาศฯ หลักเกณฑ์ห้ามรวมชุด ซึ่งจะเริ่มทันทีในสลากรายย่อย 48 ล้านฉบับ
นายสมชัยกล่าวต่อว่า ในเรื่องการเงื่อนในสัญญา หลักเกณฑ์ของสลากฯ ที่จะประกาศใช้นั้นคงต้องมีการนำเข้าหารือในที่ประชุมสลากฯ วันที่ 25 เมษายนนี้ ส่วนกรณีขายในร้านสะดวกซื้อนั้นขณะนี้ยังไม่หารือกันไม่จบ เพราะทางร้านค้าสะดวกซื้อมีเงื่อนไขขอให้มีการซื้อคืนหากขายไม่ได้ แต่ พ.ร.บ.ยังแก้ไขไม่เสร็จ จึงยังกองทุนซื้อคืนไม่ได้