นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับการจับกุมผู้กระทำความรอบนี้พบว่ามีมูลค่าการเปรียบเทียบปรับลดลงกว่ารอบที่แล้วประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีแนวโน้มการบริโภคสุรา ยาสูบ เพิ่มขึ้น จึงได้จัดโครงการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบผลิตจำหน่ายสุราและยาสูบผิดกฎหมาย เพื่อรณรงค์ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ถึงโทษของการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ตลอดจนรณรงค์ให้ลดการบริโภคสุราและยาสูบผิดกฎหมาย ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
โดยในวันนี้ได้ปล่อยขบวนรถเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ สำนักงานตรวจสอบป้องกันและปราบปราม เพื่อร่วมกันตรวจสอบตามแหล่งสถานบริการ ชุมชน และพื้นที่เป้าหมาย ทั้งนี้หากมีการตรวจสอบพบร้านค้าที่จำหน่ายบุหรี่และสุรา ที่กระทำความผิดจะดำเนินคดีพร้อมทั้งเบิกถอนใบอนุญาตทันที นอกจากนี้ได้ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวมกันตรวจสอบ ควบคุม กำกับดูแลการผลิตสุรากลั่นชุมชนให้ถูกต้องและปลอดภัย
นายสมชาย กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีการสั่งห้ามนำบารากู่เข้ามาในประเทศไทย พบว่ามีการจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าบารากู่ลดลง อย่างไรก็ดีอยากประชาสัมพันธ์การเสียภาษีสรรพสามิต โดยผู้ที่ต้องการต่อใบอนุญาตเดิม สามารถต่อใบอนุญาติได้ที่จุดบริการเคาเตอร์เซอร์วิส สำหรับผู้ที่ต้องการขอใบอนุญาตใหม่เพื่อจำหน่ายสุรา ยาสูบ สามารถติดต่อได้ที่กรมสรรพสามิต
ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตทุกแห่งทั่วประเทศ หรือwww.excisg.go.thหรือ สายด่วน 1713 ตลอด 24 ชม.