เนชั่นทีวี

ข่าว

จับกุม ด.ต.ชาญชัย คดียิง"พระหมอ" ได้ในลาว

26 มี.ค. 2558 | wanchat

จับกุม ด.ต.ชาญชัย คดียิง"พระหมอ" ได้ในลาว

หลังจากใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานนานเกือบ 1 เดือน ในที่สุดตำรวจก็สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาซึ่งรับสารภาพว่าเป็นมือปืนที่ยิงพระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต หรือพระหมอ เจ้าอาวาสป่าตอสีเสียด บ้านโนนเดื่อ อ.เมือง จ.อุดรธานี มรณภาพขณะกลับจากบิณฑบาต เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา


ผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมได้คือ นายปัญจ๋า หรือโบ้ ชารีแสน ซึ่งสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ตำรวจช่วยราชการงานปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองอุดรธานี ให้ยิงพระอาจารย์บัณฑิต โดยได้รับค่าจ้างจำนวน 50,000 บาท โดย ด.ต.ชาญชัย เป็นผู้ชี้เป้าและขับรถให้


การจับกุมมือปืนครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี และ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ฝึกพิเศษ บช.ตชด. ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า สาเหตุที่คดีไม่มีความคืบหน้าก่อนหน้านี้เพราะมี คนมีสีระดับบิ๊กในพื้นที่ เข้าไปยุ่งเหยิงทางคดีทำให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีทำงานได้ด้วยความยากลำบากจนเกิดความล่าช้าในการสางคดี


แต่อุปสรรคในการคลี่คลายคดีนี้เกิดขึ้นด้วยหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานที่เกิดเหตุซึ่งไม่ใช่เขตเมือง ทำให้การรวบรวมหลักฐานที่นำไปสู่เบาะแสของคนร้ายทำได้ยาก โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่ไม่มีติดตั้งในละแวกที่เกิดเหตุ อีกทั้งการสอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร จึงยิ่งทำให้ตำรวจทำงานได้ยากขึ้น


กระทั่งชุดคลี่คลายคดีจากกองบังคับการปราบปรามลงพื้นที่เข้าไปประสานงานกับชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ปูพรมค้นหาหลักฐานและพยานแวดล้อม กระทั่งได้เบาะแสสำคัญจากพยานปากเอกรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเห็นเหตุการณ์ขณะคนร้ายลงมือ


คนร้ายเป็นชาย 2 คนใช้รถกระบะสีขาวเป็นพาหนะในการลงมือเบาะแสสำคัญที่ตำรวจได้จากพยานรายนี้


ขณะที่แนวทางการสืบสวนของตำรวจเชื่อว่าคดีจ้างวานฆ่าในลักษณะเช่นนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนส่วนใหญ่มักจะมีกลุ่มคนมีสีเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ชุดสืบสวนมีความเชื่อว่าคดีนี้ก็เช่นกัน จึงพยายามตรวจสอบย้อนหลังกระทั่งพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนมีสีกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปยุ่งเหยิงกับการตรวจสอบประวัติของผู้เสียชีวิตจากทะเบียนราษฎร จึงได้เชิญมาสอบถามกระทั่งพบสิ่งผิดปกติเชื่อมโยงไปยัง ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ตำรวจช่วยราชการงานปราบปรามยาเสพติด บก.ภ.จว.อุดรธานี ซึ่งมีความใกล้ชิดกับคนมีสีระดับบิ๊ก ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน


แนวทางการสืบสวนพบว่า ด.ต.ชาญชัย ใช้รถกระบะมาสด้า สีขาว เป็นพาหนะอยู่เป็นประจำ ซึ่งรถกระบะคันนี้มีสีและยี่ห้อรวมถึงรุ่นเดียวกับที่พยานปากสำคัญยืนยันว่าในวันเกิดเหตุทีมสังหารใช้ รถกระบะยี่ห้อมาสด้า สีขาว เป็นพาหนะในการลงมือ


ชุดสืบสวนจึงขยายผลตรวจสอบหาผู้ครอบครองรถกระบะมาสด้าสีขาวคันนี้ และเชิญผู้ครอบครองมาสอบถามทราบว่า ได้นำรถกระบะมาสด้าสีขาว มาจำนำไว้กับ ด.ต.ชาญชัย ได้ประมาณ 3 เดือน ซึ่งในห้วงเวลาเกิดคดีสังหารพระบัณฑิต รถกระบะคันนี้ ด.ต.ชาญชัย นำไปใช้งาน


นอกจากการตรวจสอบหารถกระบะมาสด้าสีขาวแล้ว ชุดสืบสวนยังพยายามสอบสวนหามูลเหตุการลอบสังหาร ซึ่งไม่พบประเด็นอื่นใดที่จะนำไปสู่การสังหาพระบัณฑิต ได้นอกจากประเด็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวกับแพทย์หญิงในพื้นที่รายหนึ่ง โดยแพทย์หญิงรายนี้มีสามีเป็นผู้กว้างขวางรายหนึ่งใน จ.อุดรธานี และมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับคนมีสีระดับบิ๊ก ซึ่งเป็นที่เคารพของ ด.ต.ชาญชัย


ผู้หญิงเป็นภรรยาของผู้กว้างขวางซึ่งมีบ้านเล็กบ้านน้อยหลายบ้าน ผู้หญิงเกิดความไม่สบายใจระยะหลังจึงไปปฏิบัติธรรมที่วัดบ่อยครั้ง จนคุ้นเคยกับผู้ตาย ประเด็นนี้นำมาสู่ความเข้าใจผิดซึ่งผู้กว้างขวางเข้าใจว่าผ้หญิงไปติดพันพระนำมาสู่การสังหารแหล่งข่าวในชุดสืบสวน ให้ข้อมูล


หลังจากพบเบาะแสดังกล่าวตำรวจได้ขยายผลจนกระทั่งมีความแน่ชัดว่า ด.ต.ชาญชัย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพระบัณฑิต จึงตรวจสอบพฤติการณ์กระทั่งพบว่าในห้วงเวลาเกิดคดีสังหารพระบัณฑิต ด.ต.ชาญชัย มีการติดต่อกับนายปัญจ๋า บ่อยครั้ง จึงตรวจสอบพบว่านายปัญจ๋า พักอาศัยอยู่ใน จ.กาฬสินธ์ จึงไปเชิญตัวมาสอบสวน กระทั่่งนายปัญจ๋า สารภาพ จนหมดเปลือกว่า ได้รับการว่าจ้างจาก ด.ต.ชาญชัย ให้ยิงพระบัณฑิต ในราคา 50,000 บาท โดยในวันเกิดเหตุ ด.ต.ชาญชัย เป็นผู้ชี้เป้าและทำหน้าที่ขับรถกระบะมาสด้าสีขาว ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุให้


ระหว่างตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ด.ต.ชาญชัย ยังคงทำงานอยู่ตามปกติ กระทั่งก่อนมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ชัยญัติ และ พล.ต.ต.บุญลือ ไปช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่นาน ด.ต.ชาญชัย จึงหายตัวไป ซึ่งจากการติดตามของชุดสืบสวนพบว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พบความเคลื่อนไหวของ ด.ต.ชาญชัย อยู่ที่ อ.บุ้งคล้า จ.บึงกาฬ ก่อนจะข้ามแม่น้ำโขง ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และล่าสุดทราบว่าอยู่ในความดูแลของกลุ่มพ่อค้าไม้กลุ่มหนึ่งซึ่งมีความสนิทสนมกับคนมีสีระดับบิ๊กในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ซึ่งนอกจากจะติดตามจับกุม ด.ต.ชาญชัย แล้ว ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบด้วยว่า คดีสังหารพระบัณฑิต ครั้งนี้ คนมีสีระดับบิ๊ก รายนี้จะมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่


สอดคล้องกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่ยืนยันว่า ได้กำชับให้ชุดสืบสวนเร่งประสานทางการลาวเพื่อติดตามจับกุม ด.ต.ชาญชัย มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้บงการ ซึ่งชุดสืบสวนจะขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้ทั้งหมด


ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 มีนาคม ตำรวจชุดสืบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่ของประเทศลาวเข้าควบคุมตัว ด.ต.ชาญชัย ได้แล้วที่เมืองปากซัน แขวงบ่ลิคำไซ ฝั่งประเทศลาว ก่อนจะควบคุมตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย และอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลไปยังตัวผู้บงกา


ข่าวล่าสุด