สรุปไม่ตัดอุโมงค์ต้นไม้น่านยาว 800 เมตร

น่าน - ประชาคมอุโมงค์ต้นไม้ ได้ข้อสรุปยุติชั่วคราว เสนอ 3 แนวทาง ชงกรมทางหลวงพิจารณาตัดสิน ยันไม่กระทบต่อต้นไม้แน่นอน
ข่าว
น่าน - ประชาคมอุโมงค์ต้นไม้ ได้ข้อสรุปยุติชั่วคราว เสนอ 3 แนวทาง ชงกรมทางหลวงพิจารณาตัดสิน ยันไม่กระทบต่อต้นไม้แน่นอน
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2558 ที่ อบต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน แขวงทางหลวงน่านที่ 2 สำนักงานทางหลวงที่ 2 (แพร่) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการอนุรักษ์อุโมงค์ต้นไม้กับการขยายถนน นำโดยนายชัยรัตน์ ธาราสันติสุข รองผวจ.น่าน เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.โกศล ปทุมชาติ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน นายอภิสิทธิ์ พรมเสน ผอ.สำนักงานทางหลวงที่ 2 (แพร่) นายอภิรัฐ ไชวงศ์น้อย ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างทางที่ 1 พ.อ.เศรษฐพล เกตุเต็ม เสธ.จทบ.น่าน ร่วมประชุมประชาคมแสดงความคิดเห็นของประชาชนจังหวัดน่านต่อการตัดต้นไม้ตามโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1080 ตอนน่าน-อ.ทุ่งช้าง (ตอน 1) บ้านผาสิงห์ หมู่ 4 ต.ผาสิงห์ กิโลเมตรที่ 383 ระหว่าง กม.13+600 ถึง กม.14+400 (อุโมงค์ต้นไม้) โดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการก่อสร้างถนนกว่า 800 คน เข้าร่วม
นายชัยรัตน์ ธาราสันติสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น ซึ่งจัดขึ้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ อ.เมืองน่าน ได้ให้หลายฝ่ายได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการขยายถนนเส้นทาง 1080 ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 13+600 ถึง กิโลเมตรที่ 14+400 ระยะทาง 800 เมตร โดยนายอภิสิทธิ์ พรหมเสน ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 2 (แพร่) ได้กล่าวว่ากรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้างทางหลวง หมายเลข 1080 สายน่าน-ทุ่งช้าง (ตอนที่ 1) ความยาว 15 กม.จะเป็นเส้นทางหลักไปยัง อ.ทุ่งช้าง ถึงด้านชายแดนห้วยโก๋น ระยะทาง 138 กม.
ทั้งนี้ เพื่อรองรับการจราจรในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศที่มีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคน ส่งเสริมศักยภาพการกระจายความเจริญด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทยไทยกับเพื่อนบ้าน ตลอดจนพัฒนาทางหลวง และเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งได้ประชุมรับฟังความคิดเห็นไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2557 ที่ผ่านมา ที่ อบต.บ่อ อ.เมือง จ.น่าน ได้สรุปความคิดเห็นร้อยละ 91.21 ประชาชนเห็นด้วยที่จะให้ขยายถนน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงความจำเป็นในการขยายเส้นทางว่าถนนสายนี้มีการจราจรหนาแน่น มีรถสัญจรไปมามากกว่า 10,000 คันต่อวัน และในจำนวนนี้ยังเป็นรถบรรทุก รถพ่วง และรถขนส่งสินค้าการเกษตรและอื่นๆ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงถนนให้มีมาตรฐานเรื่องความปลอดภัย คาดว่าหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งตามหลักเกณฑ์แล้วต้องขยายถนนเพิ่ม เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต และยืนยันว่าจะนำข้อสรุปที่ได้จากการทำประชาคมไปเป็นแนวทางในการทำงานต่อไป ส่วนการล้อมและย้ายต้นไม้ที่ผ่านมาได้ทำตามหลักวิชาการและพิจารณาถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่อย่างถี่ถ้วนแล้ว
พล.ต.โกศล ประทุมมาศ ผบ.จทบ.น่านและผบ.กกล.รส.จทบ.น่าน กล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 3 ให้ความสำคัญถนนเส้นนี้มาก แต่ถนนเล็กแคบ จากที่เห็นสภาพปัจจุบันมียานพาหนะทุกประเภท โดยเฉพาะรถบรรทุก ใช้ถนนเส้นนี้มากเพื่อบรรทุกสินค้า วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรหนัก ไปส.ป.ป.ลาว หากไม่ขยายก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ทั้งนี้ ประเด็นผู้อนุรักษ์ต้นไม้ไว้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่าน ตนต้องตอบปัญหาเกือบทุกวัน ได้เรียนกับนายกรัฐมนตรีว่าเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงเหมือนอย่างที่เฟซบุ๊ค หรือสื่อนำไปเสนอนข่าว คนเมืองน่านยังรักกันอยู่ เหมือนพี่น้องมีความสามัคคี
คนที่ไม่รู้จริงก็นำไปสร้างกระแสทางเฟซบุ๊ค ทำให้คนที่ไม่รู้จริงโจมตีกันใหญ่ จึงเป็นที่มาของวันนี้ ผมในฐานะผู้บัญชาการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทารบกน่าน ขอยืนยันว่าจะดูแลความเรียบร้อยให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในเมืองน่าน ขอให้คนเมืองน่านรักกันพล.ต.โกศล กล่าว
ขณะที่กลุ่มชาวบ้านที่เห็นด้วยกับการขยายถนนนั้น นายก๋อง สุทธะ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 บ้านผาสิงห์ หมู่ 4 ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน กล่าวว่า เห็นด้วยกับการขยายถนน เพราะทุกวันนี้เป็นคอขวด จราจรคับคั่ง เป็นอันตรายกับชาวบ้านที่ใช้รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถอีแต๋น สัตว์เลี้ยง วัวควาย แต่ขอให้ตัดไม้เท่าที่จำเป็น
นางเพ็ญศรี รินอิน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192 หมู่ 4 หมู่ 4 ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน กล่าวว่า พวกอนุรักษณ์ทำไม ไม่ไปอนุรักษ์พวกตัดไม้ในป่าสงวน ที่เขาตัดไม้ทำลายป่าจนเขาหัวโล้น พวกอนุรักษ์ก็ไม่ได้มาใช้ถนนเส้นนี้เหมือนชาวบ้าน อันตรายมาก ถนนแคบเกิดอุบัติเหตุบ่อย ที่ผ่านมาเด็กนักเรียนหญิง ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตเพราะถูกรถยนต์เบียดตกถนนไปชนต้นสักเสียชีวิต
นายสมควร รินอินทร์ อายุ 52 นักการภารโรง โรงเรียนบ้านผาสิงห์ กล่าวว่า มีแต่คนบอกถึงประโยชน์ของต้นไม้ ไม่มีใครพูดถึงภัยของต้นไม้ที่เกิดจากรากของต้นฉำฉาที่ทำให้ถนนนูนขึ้นมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ฝักของต้นฉำเมื่อตกลงบนถนนมากทำให้ถนนลื่น หน้าลมพายุรถยนต์ที่วิ่งผ่ากิ่งไม้หักใส่ใครรับผิดชอบ หรือต้นไม้หักขวางถนนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มานำออกต้องเสี่ยวาลานาน
ทางกลุ่มอนุรักษ์ นำโดย นพ.บุญยงค์ วงค์รักมิตร ที่ปรึกษาประชาคมน่าน เสนอว่า บริเวณอุโมงค์ต้นไม้ มีระยะ 800 เมตร จากถนนที่ต้องขยายความยาว 15 กม. ในส่วนที่นอกเหนือจากอุโมงค์ต้นไม้ ก็ให้โครงการสามารถขยายถนนได้ตามแผนที่กำหนดไว้ได้ ในส่วน 800 เมตร ที่ขอให้อนุรักษ์ต้นไม้ไว้ อย่างไรก็ตาม ขอให้ทางกรมทางหลวงไม่ไปแตะต้องอุโมงค์ต้นไม้นี้ คำว่าไม่ไปแตะต้อง คือ ไม่ล้อมย้าย ไม่ตัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายการประชาคม นายอภิสิทธิ์ พรมเสน ผอ.สำนักงานทางหลวงที่ 2 (แพร่) ได้สรุปว่า 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 จะขยายในช่วงอุโมงค์ยังมีช่วงที่ขยายได้เล็กน้อย บางช่วง 9-12 เมตร บางช่วง 9-10 เมตร หรือ 9-11 เมตร เท่าที่จะทำได้ ที่ไม่กระทบต้นไม้ แนวทางที่ 2 ถ้าขยายไม่ได้จริง ๆ ก็อาจจะปรับปรุงผิวถนนใหม่ ณ วันนี้ถนนนี้เปิดให้บริการมานาน ผิวการจราจรไม่ค่อยจะดีก็จะปรับปรุงผิวจราจรให้มีความปลอดภัย โดยการเสริมอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยบนถนน ที่ชิดขอบทางเข้าไป เช่น ติดตั้งป้ายเตือนกำลังจะเข้าสู่อุโมงค์ต้นไม้ ติดแผ่นสะท้อนแสงที่ต้นไม้ในเห็นมีแนวต้นไม้อยู่บริเวณใดบ้าง