ภาค4 เตือนรถสวมทะเบียน หลอกขายออนไลน์
10 มี.ค. 2558 | wanchat

ศปจร.ภ.4 ยึดคืนรถยนต์โจรกรรมและสวมทะเบียน 13 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถหนีไฟแนนซ์ นำไปสวมทะเบียนหลอกขายทางอินเตอร์เน็ตราคาถูก
ข่าว
10 มี.ค. 2558 | wanchat

ศปจร.ภ.4 ยึดคืนรถยนต์โจรกรรมและสวมทะเบียน 13 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถหนีไฟแนนซ์ นำไปสวมทะเบียนหลอกขายทางอินเตอร์เน็ตราคาถูก
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 มี.ค.2558พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงข่าวการตรวจยึดรถยนต์ ที่ถูกโจรกรรม และสวมทะเบียน จำนวน 13 คัน มูลค่ากว่า 5.5 ล้านบาท
พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า หลังพบเบาะแสการโจรกรรมรถยนต์เพื่อก่อเหตุอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ ได้แก่การขนสิ่งผิดกฎหมายและขบวนการนำรถที่ถูกโจรกรรมลักลอบนำไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการของศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ดำเนินการสืบสวน และสามารถตรวจยึดรถยนต์ได้จำนวน 13 คันเป็นรถยนต์ที่ถูกลักทรัพย์ จำนวน 3 คัน ซึ่งได้รับแจ้งจาก สน.นิมิตรใหม่ สน.บางเขน และรถยนต์ที่ถูกยักยอกทรัพย์ จำนวน 1 คัน จากท้องที่สน.ภูพิงค์ จ.เชียงใหม่ และรถยนต์ที่มีการสวมทะเบียนของรถอีกคันแล้วนำมาหลอกขายให้กับประชาชนทั่วไป จำนวน 10 คัน
และจากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์เช่าซื้อที่หนีไฟแนนซ์หรือมีการหลุดจำนำ โดยกลุ่มผู้กระทำความผิดจะนำรถยนต์มาสวมทะเบียนแล้วหลอกขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือมีการติดต่อผ่านนายหน้าเนื่องจากมีการซื้อขายในราคาถูก โดยจะขายให้กับประชาชนทั่วไปได้แก่ข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้พบการกระทำผิดมากในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
นอกจากนี้ยังพบว่ามีรถที่ถูกโจรกรรมแล้วนำมาสวมทะเบียน รวมทั้งดัดแปลงภายในสำหรับขนไม้พะยูง ระยะหลังพบมากขึ้นเช่นกัน
สำหรับรถยนต์ที่ตรวจยึด จำนวน 13 คัน มีผู้แทนของผู้เสียหายจากบริษัทธนชาติ มาติดต่อรับรถยนต์คืนลูกค้าที่ทำประกันไว้แล้วจำนวน 2 คัน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์รถยนต์แล้วจำนวน 1 ราย ซึ่งขณะนี้เอยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตตามกฎหมายต่อไป
ผบช.ภ.4 ยังกล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อหรือใช้ความระมัดระวังในการติดต่อซื้อรถผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งระยะหลังนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะผู้ขายจะอ้างเป็นรถบ้าน รถส่วนตัว ต้องการขายด่วนในราคาถูก แต่จะเป็นรถที่สวมทะเบียนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และผู้ซื้อไม่ได้ดูของก่อน ถ้าไม่มั่นใจให้สอบถามข้อมูลการซื้อรถมือสองหรือตรวจสอบความถูกต้องจากศปจร.ภ.4 ทั้งนี้ขอฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบทรัพย์สิน เช่นการล็อครถ ล็อคเบรก และล็อคครัช เพื่อเป็นการป้องกันเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้น