ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณา คือ ทบทวนบทบัญญัติเป็นรายมาตรา ตั้งแต่มาตรา 1 ถึง มาตรา 315 โดยก่อนการเข้าสู่วาระพิจารณา ฝ่ายเลขานุการกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแจ้งว่า ที่ประชุมจะมีเวลาเพื่อทบทวนบทบัญญัติ เป็นเวลา 17 วัน คือ นับตั้งแต่วันที่ 9 31 มี.ค. ดังนั้นควรทบทวนบทบัญญัติและพิจารณาเจตนารมณ์ของเนื้อหาให้ได้ วันละ 19 มาตรา ทั้งนี้ในวันที่ 16 - 20 มี.ค. จะมีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศเยอรมนี ดังนั้นหากมีการงดประชุมในวันดังกล่าว จะมีเวลาทบทวนและพิจารณาเจตนารมณ์เหลือ 12 วัน ดังนั้นที่ประชุมจะต้องพิจารณาให้ได้อย่างน้อยวันละ 26 มาตรา ส่วนเวลาการพิจารณานั้นจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 16.00 น.ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงการบันทึกเจตนารมณ์กับความเห็นของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นของการพิจารณาถ้อยคำหรือบทบัญญัติที่พบว่ายังมีความเห็นขัดแย้งและกลายเป็นเสียงข้างน้อย ว่า ควรมีการบันทึกเจตนารมณ์ของเสียงข้างน้อยไว้ด้วย แต่ได้รับการโต้แย้งว่าในเหตุผลและประเด็นเห็นต่างของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยได้บันทึกอย่างละเอียดไว้ในบันทึกการประชุมแล้ว นอกจากนั้นยังมีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ระดับผู้ใหญ่ที่ที่ประชุมให้ความเคารพแสดงความเห็นด้วยว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นอย่าคิดว่าใครได้หน้าหรือเสียหน้าเพราะต้องถือว่าทั้งคณะอยู่บนเรือลำเดียวกันแล้วจากนั้นได้เข้าสู่วาระพิจารณาทบทวนบทบัญญัติและบันทึกเจตนารมณ์ โดยมีประเด็นสำคัญ คือ การพิจารณาเจตนารมณ์ของมาตรา 27 ว่าด้วยหน้าที่พลเมือง ซึ่ง (3) ระบุว่า ใช้สิทธิทางการเมืองโดยสุจริตและมุ่งถึงประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาและให้เจตนารมณ์ของส่วนดังกล่าวว่า การใช้สิทธิทางการเมือง เช่นการเลือกตั้ง ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นสิทธิ์ ไม่ใช่หน้าที่เหมือนกับที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 หรือรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 กำหนดไว้ เพราะการกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่จะเกิดผลกระทบ 2 ประการ คือ 1.ทำให้คนประชาชนเสียสิทธิ และ 2.ทำให้การซื้อเสียงเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ เพราะด้วยการบังคับให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ จึงทำให้เกิดการระดมคนออกไปเลือกตั้งมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการกำหนดเป็นเพียงระดับสิทธิ คนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะไปหรือไม่ไปใช้สิทธิก็ได้ และไม่มีผลกระทบทำให้เสียสิทธิใดๆ