19 ก.พ. 2558 - อัยการแจงบรรยายฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ครบถ้วน สมบูรณ์ ตั้งคณะทำงาน 6 คน รับผิดชอบสำนวน หากอดีตนายกฯต้องการเดินทางไปตปท.ก่อนศาลประทับรับฟ้องต้องขออนุญาต คสช.
นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงขั้นตอนการยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า อัยการได้เรียบเรียงคำฟ้องครบถ้วนสมบูรณ์ยื่นให้ศาลพิจารณาพร้อมกับนำเอกสารจำนวนมากตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะทำงานทั้ง 2 ฝ่ายได้รวบรวมส่งให้ศาล ทั้งนี้ขั้นตอนตามกฎหมายภายหลังการฟ้องคดีที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะเลือกองค์คณะผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาคดีนี้ 9 ท่าน โดยเลือกจากผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน จากนั้นองค์คณะจะประชุมเพื่อเลือกเจ้าของสำนวน 1 ท่าน และพิจารณาคำฟ้องของอัยการ หากไม่มีการแก้ไขศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องและกำหนดวันให้คู่ความมาศาล ในส่วนของอัยการจะตั้งคณะทำงาน 6 คน ขึ้นรับผิดชอบสำนวนคดีโดยมีนายสุรศักดิ์เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่าในระหว่างนี้ หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการเดินทางไปต่างประเทศจะขออนุญาตกับหน่วยงานใด นายชุติชัย กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มอบหมายให้ทนายความยื่นเอกสารชี้แจงสาเหตุที่ไม่เดินทางมาศาล ซึ่งสามารถกระทำได้ จึงทำให้คดียังไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาล ในระหว่างนี้หากประสงค์เดินทางไปต่างประเทศคงต้องขออนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างไรก็ตาม ภายหลังอัยการยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์มีฐานะเป็นจำเลยในคดีแล้ว และสามารถมาศาลได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดนัดฟังคำสั่งในวันที่ 19 มี.ค. หรือวันที่ศาลมีหมายเรียกให้มาศาลครั้งแรก สำหรับการบรรยายคำฟ้องในคดีอัยการได้ระบุถึงความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ตามที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบพบในช่วงแรก แต่ตัวเลขความเสียหายที่บรรยายฟ้องยังไม่ใช่ความเสียหายที่แท้จริงคือ 600,000 ล้านบาท แต่จำนวนตัวเลขไม่ใช่สาระสำคัญเพราะอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา เพียงแค่พบความเสียหายก็ถือว่าความผิดสมบูรณ์แล้ว ในส่วนคดีแพ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังซึ่งในที่สุดจะถูกส่งมาให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง โดยคดีละเมิดทางแพ่งมีอายุความ 1 ปี
ส่วนคดีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ แต่พบว่ารายละเอียดในคดีมีมากกว่ากรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงตั้งคณะทำงานขึ้นรับผิดชอบ 7 คน โดยจะเป็นการแยกพิจารณาเป็น 2 คดี ไม่นำไปเพิ่มเติมในคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายชุติชัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในประเด็นที่ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมว่าถูกตัดพยานในชั้นไต่สวนของป.ป.ช. นายชุติชัย กล่าวว่า ในชั้นศาล ศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะเรียกไต่สวนเพิ่มเติมหรือไม่ หากมีประเด็นที่ศาลตรวจพบ ศาลอาจไต่สวนเพิ่มเติมจากการไต่สวนของป.ป.ช.ก็ได้ ซึ่งในวันนัดคู่ความครั้งแรกศาลจะสอบถามจำเลยว่าจะให้การอย่างไร