นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับบริษัทบิ๊กชัวร์ กรุ๊ป นั้น จะอ้างตัวเป็นบริษัทโบรกเกอร์ ตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ ให้กับบริษัทวิริยะประกันภัย โดยบริษัทดังกล่าวจะซื้อ หรือหาข้อมูลลูกค้าที่ใกล้จะหมดประกันภัยรถยนต์ จากนั้นจะโทรหาลูกค้าตามรายชื่อที่ได้มา พร้อมเสนอขายประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ในราคา15,000- 20,000 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่าท้องตลาด เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อซื้อประกันโดยไม่รู้ตัวว่ารถไม่ได้รับการคุ้มครองจากประกัน กระทั่งรถเกิดอุบัติเหตุ
บริษัทประกันกลับไม่ได้รับการแจ้งว่ามีการต่อประกัน ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งเดิมบริษัทดังกล่าวใช้ชื่อว่า เดอะ คาร์อินชัวร์ ก่อนที่จะปิดบริษัทไป ต่อมาเปิดบริษัทใหม่ในชื่อ บิ๊ก อินชัวร์ กรุ๊ป โดยจดในนามบุคคล ก่อนภายหลังจะมาจดเป็นนิติบุคคลในชื่อบิ๊กชัวร์ กรุ๊ป แต่ไม่มีใบอนุญาตการขายประกันตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) โดยมีผู้หลงเชื่อแล้วกว่า 200 ราย
ด้าน น.ส.ศิชา กล่าวว่า เมื่อกลางปีที่แล้วมีโทรศัพท์รายงานตัว บอกว่าอยู่ที่บริษัท บิ๊กชัวร์ กรุ๊ป พร้อมบอกเลขที่ใบอนุญาต รวมทั้งอ้างว่าเป็นตัวแทนประกันของบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด และบอกว่าประกันภัยของตนจะหมดในวันที่ 30 สิงหาคม พร้อมถามว่าต้องการจะต่อประกันหรือไม่ ด้วยความไม่แน่ใจ ตนจึงโทรศัพท์ไปตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตกับชื่อบุคคลดังกล่าวกับ คปภ.และบริษัท วิริยะประกันภัย พบว่ามีตัวตนอยู่จริง จึงตัดสินใจต่อประกันกับบุคคลดังกล่าว กระทั่งเดือนตุลาคมตนเกิดอุบัติเหตุรถชน จึงนำรถเข้าซ่อมที่ศูนย์ฮอนด้าในราคา 70,000 บาท
ส่วนรถคู่กรณีอีกเกือบ 30,000 บาท ตนจึงเรียกบริษัทประกันมา แต่พบว่าไม่สามารถเคลมประกันได้ เนื่องจากยังไม่ได้ต่อประกัน คปภ.จึงเรียกเจ้าหน้าที่บริษัท วิริยะประกันภัยมาสอบถาม กลับได้รับคำตอบว่า บุคคลที่โทรศัพท์มาต่อประกันให้ไม่ได้เป็นตัวแทนของวิริยะประกันภัยแล้ว
โดยทางบริษัทกำลังจะถอดถอนใบอนุญาต แต่ไม่มีอำนาจ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทั้งๆที่ คปภ.เป็นคนออกใบอนุญาตให้ แต่ทำไมถึงยังไม่ถอนใบอนุญาต และบุคคลดังกล่าวยังคงไปหลอกลวงคนอื่นๆอีก ทั้งนี้ ยอมรับว่าทางบริษัท บิ๊กชัวร์ กรุ๊ป ได้โทรศัพท์มาข่มขู่และพยายามจะให้ไปเจรจากัน แต่เนื่องจากไม่ได้นัดที่สถานีตำรวจ ตนจึงไม่มั่นใจในความปลอดภัยเลยปฏิเสธไม่ไปพบ
"ที่ตัดสินใจมาแจ้งความ เพราะว่าเสียหายอย่างมาก นอกจากจะต้องจ่ายเงินค่าซ่อมรถตัวเองรวมกับคู่กรณีกว่า 100,000 บาทแล้วยังต้องต่อประกันเองทั้งหมด และเงินที่จ่ายไปก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้คืน จึงแค่อยากเรียกร้องสิทธิของตัวเองเท่านั้น" น.ส.ศิชา กล่าว
พ.ต.ท.สืบตระกูล กล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานนำส่งต่อให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) ดำเนินการต่อไป