ซึ่ง 2 รายแรกออกหมายจับตามภาพถ่ายที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิด ส่วนอีกรายออกหมายจับตามคำให้การซัดทอดของผู้ต้องหาคดีครอบครองวัตถุระเบิดซึ่งตำรวจนครบาลบางเขนจับกุมได้เมื่อเดือนมกราคม ปี 2557 ซึ่งแนวทางการสืบสวนพบว่าคนร้ายน่าจะเป็นเครือข่ายเดียวกัน
"เราย้อนสืบคดีไปตั้งแต่ปี2549 ที่มีเรื่องการชุมนุมทางการเมืองในหลายๆคดี เพื่อมาไล่ย้อนดูคดีที่เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าในแต่ละคดีมีความเชื่อมโยงกัน เพราะแผนประทุษกรรมเหมือนกัน ซึ่งขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก เพราะถ้าจับกุมผู้ต้องหารายล่าสุดที่ตำรวจเพิ่งออกหมายจับไป ก็จะสามารถจับกุมคนร้ายที่เหลือได้ เพราะเชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นกลุ่มเดียวกัน อีกทั้งจะสามารถจับกุมไปถึงผู้จ้างวานได้ ก็จะไม่มีใครที่จะจ้างวานได้อีกต่อไป" ผบช.น. เปิดเผย
หลังเกิดเหตุระเบิดที่หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ตำรวจได้ตรวจสอบชิ้นส่วนระเบิดที่พบในจุดเกิดเหตุคล้ายกับเหตุระเบิดย่านมีนบุรี เมื่อช่วงการชุมนุมทางการเมือง แต่มีการดัดแปลงส่วนประกอบเล็กน้อย ซึ่งการประกอบระเบิดรูปแบบนี้ทำโดยกลุ่มคนในเครือข่ายอดีตครูฝึกทหารพรานรายหนึ่งใน จ.ลพบุรี
ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ได้รื้อคดีที่เกี่ยวกับระเบิด ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับเครือข่ายระเบิดกลุ่มนี้ กระทั่งพบว่าระเบิดไปบ์บอมบ์ที่คนร้ายนำมาใช้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เหมือนกับที่ยึดได้จากนายกฤษฎา แซ่ภู่ และนายแบงค์ ผู้ต้องหาคดีครอบครองระเบิด ซึ่งตำรวจนครบาลบางเขนจับกุมได้ก่อนหน้านี้ การสอบสวนทราบว่าทั้งสองไปรับระเบิดมาจากนายดำ ไม่ทราบนามสกุล เพื่อมาส่งให้กลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงในช่วงการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ตำรวจจึงเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งล่าสุดที่หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงก่อนหน้านี้ ตำรวจจึงเสนอต่อศาลออกหมายจับนายดำ เป็นรายที่ 3 ต่อจาก 2 รายแรก ที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้
ตำรวจอาศัยกฎอัยการศึกเชิญตัวผู้ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยมาสอบถามหลายราย กระทั่งทราบว่า ผู้ที่มีความสามารถในการผลิตระเบิดไปบ์บอมบ์ที่นำมาใช้วางที่หน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน น่าจะเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดของอดีตครูฝึกทหารพราน มีฉายาในแวดวงว่า ดรากอน ตำรวจได้เสนอขออำนาจศาลเพื่อออกหมายจับ ดรากอน ไปในระยะเวลาใกล้เคียงกับการขออนุมัติหมายจับนายดำ แต่ศาลให้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เร็วๆ นี้ตำรวจน่าจะเสนอต่อศาลเพื่อขออำนาจออกหมายจับ ดรากอน อีกครั้ง