เนชั่นทีวี

ข่าว

"ไพบูลย์" ส่งหลักฐานขอตัวผู้ต้องหา ม.112 กลับไทย

05 ก.พ. 2558 | lastman

"ไพบูลย์" ส่งหลักฐานขอตัวผู้ต้องหา ม.112 กลับไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยอมรับนำตัวผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน ตามมาตรา 112 กลับไทยเป็นเรื่องยาก แต่คงเดินหน้าส่งหลักฐานถึงต่างประเทศ เพื่อย้ำถึงความรู้สึกของคนไทย

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเกี่ยวกับการติดตามตัวผู้ต้องหากระทำความผิดมาตรา 112 กล่าวถึง การดำเนินการกับกลุ่มที่ยังเคลื่อนไหวกระทำความผิด เช่น เครือข่าย บรรพต ที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ว่า

ขณะนี้ทุกหน่วยงานต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ในส่วนที่เคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ ยกตัวอย่างของ "ตั้ง อาชีวะ" ยอมรับว่าคาดหวังเรื่องการได้ตัวกลับมาดำเนินคดีเป็นเรื่องยาก เพราะแต่ละประเทศมีเงื่อนไขและข้อจำกัดของกฎหมายต่างกันแต่สิ่งที่ไทยต้องการคือการสะท้อนให้ต่างประเทศรู้ถึงความรู้สึกของคนไทย

ซึ่งความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวคือการพยายามทำฐานข้อมูลของผู้กระทำผิดเพื่อรวบรวมให้กระทรวงต่างประเทศประสานไปยังประเทศต่างๆ ที่คนเหล่านี้ใช้เป็นที่พำนักหรือเคลื่อนไหว จะได้รับทราบข้อมูลและมีหลักฐานแสดงให้เห็นชัดเจนว่าบุคคลเหล่านี้มีพฤติการณ์เคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง โดยฝ่ายปราบปรามมีหน้าที่ต้องหาหลักฐานข้อเท็จจริง วันเวลา พฤติการณ์ และข้อหาในการกระทำผิดเพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานส่งให้กระทรวงต่างประเทศ

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รายงานข้อมูลผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคดีอาญามาตรา 112 จำนวน 40 คนที่เคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศมาให้ตนรับทราบ

เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน คือส่งข้อมูลให้กระทรวงต่างประเทศ ไปทำความเข้าใจกับประเทศปลายทาง ที่ไทยต้องการได้ตัวบุคคลเหล่านี้กลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายไทย ซึ่งที่ผ่านมาไทยยังดำเนินการในลักษณะดังกล่าวน้อยมาก

ทั้งนี้หลักฐานที่กระทรวงต่างประเทศจะส่งให้ประเทศที่กลุ่มเหล่านี้เคลื่อนไหวอยู่จะมีการระบุชัดเจนว่าผู้ต้องหาเป็นใคร อยู่ที่ไหน กระทำความผิดอย่างไร เพื่อให้เห็นว่าไทยมีหลักฐาน และไม่สบายใจที่มีการเคลื่อนไหวและทางการไทยต้องการได้ตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนการจับกุมนายกฤษณ์ บุดดีจีน ผู้ต้องหากระทำผิดมาตรา 112 และความผิดความตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีเผยแพร่แถลงการณ์สำนักพระราชวังปลอมซึ่งมีการมองว่าเป็นเพราะบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่ม นปช. ทำให้ถูกจับกุมตัวนั้น

ยืนยันว่าการดำเนินการเอาผิดกับบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นสื่อหรือบุคคลทั่วไป ในส่วนของบทลงโทษนั้นพนักงานสอบสวนจะพิจารณาถึงเจตนา

แต่ในกรณีเช่นนี้ใครเป็นผู้เผยแพร่กฎหมายก็ต้องเอาผิดโดยไม่เลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม กรณีผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเพียงผู้โพสต์ข้อความเท่านั้น ตนยอมรับว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวอาจไม่ใช่ผู้เริ่มต้น แต่ก็เป็นผู้โพสต์ข้อความในลำดับต้นๆ ดังนั้นจึงเป็นแนวทางในการสอบสวนขยายผลให้รู้ถึงต้นตอว่าข้อความถูกส่งมาจากที่ใด การจะเชื่อมโยงว่าผู้ต้องหาเป็น นปช.จึงถูกจับกุมเป็นคนละประเด็น ไม่ใช่ถูกจับกุมเพราะเป็นนปช.

ข่าวล่าสุด