เนชั่นทีวี

ข่าว

ประท้วงไล่เจ้าอาวาส วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

18 ม.ค. 2558

ประท้วงไล่เจ้าอาวาส วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร

สืบเนื่องจากมีกลุ่มชาวบ้านย่านตลิ่งชันกว่า 100 คน ได้รวมตัวประท้วงพระปริยัติวโรปการ เจ้าอาวาสวัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร เมื่อคืนวันที่ 17 ม.ค. หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการที่ทางวัดได้ปิดประตูเข้าออก จนทำให้ชาวบ้านที่จะนำรถเข้าจอดในวัด ไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปจอดได้ทั้งที่ได้จ่ายเงินค่าจอดรถยนต์ให้กับทางวัดทุกเดือน

ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ตลิ่งชัน และเจ้าหน้าที่ทหารได้มาไกล่เกลี่ยจนทางวัดยอมเปิดประตูให้ชาวบ้านนำรถยนต์เข้าไปจอดในวัดและชาวบ้านได้นัดรวมตัวอีกครั้งในวันนี้ 
ที่วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร - เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 ม.ค.2557  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ชาวบ้านได้รวมตัวกันประท้วงเจ้าอาวาสวัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร เมื่อคืนที่ผ่านมา (17มค.) จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ต้องมาเดินทางมาพูดคุยเจรจาขอให้ชาวบ้านสลายตัว เพราะขัดต่อกฎอัยการศึก ทำให้ในวันนี้ ชาวบ้านจึงได้นัดรวมตัวกันอีกครั้ง โดยมีป้ายไวนิลเขียนข้อความที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ไล่เจ้าอาวาสออกไปจากวัด หลังชาวบ้านชุมชนวัดชัยพฤกษมาลาและชาวบ้านบางกรวยประมาณ 1,000 คน ได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรผ่านไปมาได้ และเคยได้ร้องไปทางศูนย์รักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช.ให้ช่วยเหลือชาวบ้าน จึงได้มีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน แต่หลังจากการทำข้อตกลง ทางวัดก็ได้ปิดประตูวัดอีก ทำให้ในเดือนนี้(ม.ค) ชาวบ้านได้รวมตัวกันประท้วงเพื่อขับไล่เจ้าอาวาสเป็นครั้งที่ 3 นอกจากนั้นชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมเขื่อนได้รับผลกระทบจากการขอคืนพื้นที่ธรณีสงฆ์ 
นายแดง ชัยพฤกษ์ อายุ 61 ปี รองประธานชุมชนวัดพฤกษมาลาราชวรวิหาร กล่าวว่า ชาวบ้านในชุมชนชัยพฤกษมาลาประมาณ 300 คนได้รับความเดือดร้อนจากการที่ทางวัดได้ปิดประตูแล้วล็อคกุญแจทำให้ชาวบ้านไม่สามารถข้ามไปมาระหว่างคลองมหาสวัสดิ์ได้ ทั้งที่ชาวบ้านที่จะข้ามไปมาต้องจ่ายเงินค่ากุญแจไขประตูดอกละ 400 บาท แต่เหตุการณ์เมื่อคืนทางวัดได้เปลี่ยนและนำกุญแจดอกใหม่มาล็อคประตูไว้ ทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันอีกครั้ง เพราะได้มีการตกลงกันต่อหน้าหน่วยงานหลายหน่วยงานแต่ทางวัดก็มาทำแบบนี้ นอกจากนั้นชาวบ้านที่อยู่ริมเขื่อนก็ได้รับผลกระทบ ต้องทุบบ้านรื้อบ้านหลังละ 3 เมตร ทั้งหมด 16 หลัง ซึ่งรื้อไปหมดแล้ว และมีการสร้างคืนให้ชาวบ้านแล้ว แต่มีอยู่ 1 หลังที่ไม่ยอมให้อยู่อาศัยเลย และการนำรั้วลวดหนามมากั้นบ้านของชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำ หากเกิดไฟไหม้ขึ้นมา ชาวบ้านจะหนีไปทางไหนได้ 
นางสาวประไพ กลัดแก้ว อายุ 58 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมเขื่อน กล่าวว่า ชาวบ้านเดือดร้อนจึงรวมตัวกัน ตนเองเคยโดนทางวัดขอให้รื้อบ้าน โดยให้รื้อบ้านเข้าไป 3 เมตร ประมาณครึ่งหลัง ก็เลยตกลงกันว่าจะรื้อทั้งหลัง โดยได้มีทำสัญญาไว้ แต่หลังจากได้ทำการรื้อถอนบ้านตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 57 ก็ไม่มีการดำเนินการใดใด ตกลงกันว่าทางวัดจะจ่ายค่าวัสดุอุปกรณ์สร้างบ้านให้แต่ทางวัดได้ให้มาไม่หมด จนได้มาซ่อมแซมในเดือนตุลาคมปี 57 โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายสุรสีห์จ.กาญจนบุรี มาช่วยกันสร้างบ้านให้ และตนต้องออกค่าวัสดุเอง เพราะทางวัดได้ให้วัสดุอุปกรณ์ไม่ครบตามที่ได้ตกลงกันไว้ 
ขณะที่นายดำริ เทศขยัน อายุ 53 ปี กล่าวว่า ชาวชุมชนบางกรวย ที่อาศัยอยู่มานาน ไม่สามารถข้ามมายังอีกฝั่งได้ เมื่อทางวัดปิดประตู จนทำให้ทางวัดกับชาวบ้าน เกิดข้อพิพากกันมานานแล้ว และมีการเจรจาไกลเกลี่ยมาแล้วถึง 3 ครั้ง เพื่อให้ชาวบ้านผ่านเข้าออกวัดได้ เวลามีคนป่วย หรือบาดเจ็บ เพราะเขาผ่านเข้าออกมาเป็นเวลานาน ชาวบ้านจะทำอะไรได้ ถ้าผู้ใหญ่ไม่ลงมาดู การกั้นลวดหนาม ปิดประตูวัดทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน คนไหนที่ออกมาเรียกร้อง ก็จะไม่ต่อสัญญาให้ ชาวบ้านจะทำอย่างไร เพราะอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ รุ่นปู่รุ่นย่า เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว แต่เจ้าอาวาส มาอยู่ได้เพียงไม่กี่ปีกลับทำชาวบ้านเดือดร้อน