ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายณัชพล โรจน์ถาวร ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ ได้พา นายเฉิน เล่ย กรรมการผู้มีอำนาจบริษัท ยูนนาน ไฮเชง อินดัสเตรียล กรุ๊ป สต๊อก จำกัด พร้อมด้วย นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป.เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม
กรณีที่นายเฉิน เล่ย ผู้เสียหายในนามบริษัท ยูนนานฯ ถูกกลุ่มนักธุรกิจไทย หลอกลวงให้ร่วมลงทุนซื้อหุ้นบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งถือหุ้นใหญ่กิจการโรงแรมชื่อดังใน จ.เชียงใหม่ แต่ภายหลังกลับไม่ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย มีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ผู้ถือหุ้นใหญ่ รวมทั้งมีการปิดบังเรื่องหนี้สิน
โดยนำบริษัทดังกล่าวเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูกิจการกับบริษัท บริหารสินทรัพย์แห่งหนึ่ง ทำให้ผู้เสียหายต้องแบบรับหนี้สิน รวมมูลค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 1,100 ล้านบาท และได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐาน
นายณัชพล กล่าวว่า หลังจากได้รับร้องเรียนจากผู้เสียหายจึงตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนทราบข้อเท็จจริง ว่าก่อนหน้านี้ทางผู้เสียหายได้รู้จักกับกลุ่มนักธุรกิจทางภาคเหนือ ก่อนจะหลอกให้ซื้อหุ้นบริษัทที่เป็นเจ้าของกิจการโรงแรมดัง จนผู้เสียหายเข้าใจว่าได้ถือครองหุ้นร้อยละ 51ซึ่งสามารถเข้าบริหารงานของโรงแรมได้
แต่เมื่อจะมีการโอนหุ้นเพื่อให้ฝ่ายผู้เสียหายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กลุ่มนักธุรกิจดังกล่าวกลับไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยโอนหุ้นให้เพียงร้อยละ 45 นอกจากนี้ยังแอบเปลี่ยนแปลงข้อบังคับในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยที่ผู้เสียหายไม่เคยทราบเรื่อง เพราะไม่มีการแจ้งหรือบอกกล่าว
นายณัชพล กล่าวต่อว่า ที่สำคัญทางกลุ่มนักธุรกิจที่หลอกขายหุ้นให้ผู้เสียหาย ยังนำบริษัทเข้าฟื้นฟูกิจการกับบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งหนึ่ง เนื่องจากมีภาระหนี้สินกว่า 920 ล้านบาท โดยไม่แจ้งให้ฝ่ายผู้เสียหายทราบแต่อย่างใด ทำให้ผู้เสียหายต้องแบกรับภาระหนี้ของบริษัทและได้ชำระไปแล้วจนเหลือยอดหนี้อยู่เพียง 2.5 ล้านบาท จึงไม่สามารถบริหารกิจการโรงแรมดังกล่าว โดยกรณีที่เกิดขึ้นจะมีการร้องเรียนไปทางคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
นายณัชพล กล่าวอีกว่า เมื่อปี 2554 ทางผู้เสียหายได้เคยเข้าร้องเรียนต่อสถานทูตจีน เพื่อประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ให้ช่วยติดตามกรณีที่เกิดขึ้น แต่เรื่องกลับยังไม่มีความคืบหน้า จึงนัดหมายกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ บก.ป.เพื่อให้ดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ใช้เอกสารปลอม ยักยอกทรัพย์และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นทางผู้เสียหายยังเกรงว่าอาจจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักธุรกิจชาวจีนที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในอนาคตด้วย
ด้าน พ.ต.อ.ณษ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน กก.4บก.ป.รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ ก่อนจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารต่างๆ ที่ได้รับมอบไว้ ก่อนจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป