จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจยังบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.,พ.ต.อ.ธิติวัฒน์ ศรีทองจ้อย พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ (ผทค.),เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมด้วยรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลอ้อมใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 20 คัน
บริเวณที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อาคารซึ่งอยู่บริเวณโซนหน้า และใช้เป็นที่เก็บผ้าและวัตถุดิบอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ประกอบกับมีลมกรรโชกมาเป็นระยะ ๆ ทำให้เพลิงลุกลามไปยังตัวอาคารที่ 2 และ 3 ซึ่งอยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่ต้องสูบน้ำจากแหล่งที่อยู่บริเวณใกล้เคียงขึ้นมาเพิ่มเติม เพื่อฉีดสกัดกั้นไม่ให้เพลิงลุกลามต่อไปยังอาคารที่อยู่ติดกัน ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 4 ชม.จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด ท่ามกลางสีหน้าหวั่นวิตกของคนงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต่างด้าว ที่กำลังจะเข้าทำงาน แต่ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ จึงต้องมานั่งรออยู่บริเวณท้องนาที่อยู่ใกล้กับตัวโรงงาน เป็นกลุ่ม ๆ และเฝ้าดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่ต้องระดมฉีดน้ำเลี้ยงไฟที่ครุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากภายในอาคารมีกองผ้าและวัตถุดิบที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงไม่สามารถที่จะทำให้เพลิงสงบลงได้ เบื้องต้นได้ประสานขอรถแม็คโคร หรือรถคีบขยะเพื่อนำมาทลายและกระจายกองผ้าออกมา แล้วฉีดน้ำเข้าไปดับเพลิงที่ยังครุกรุ่นให้ดับลง
ต่อมาเวลาประมาณ 10.45 นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะก็ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุและให้กำลังใจแก่นายวิชัย มหามงคล อายุ 53 ปี และ นางอรอนงค์ มหามงคล อายุ 56 ปี 2 กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ซึ่งประสบชะตากรรม พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อสกัดกั้นความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งตั้งศูนย์ประสานงานแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางดับไฟอย่างถาวร พร้อมทั้งประสานไปยังสิ่งแวดล้อมเพื่อมาตรวจสอบสภาพแวดล้อมและอากาศว่ามีสารเคมีที่เป็นพิษต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่หรือไม่ ก่อนสั่งปิดโรงงานเป็นเวลา 15 วัน เพื่อตรวจสอบ
จากการสอบสวนทราบว่า โรงงานทอผ้าดังกล่าวก่อสร้างขึ้นบนเนื้อที่กว่า 21 ไร่ ดำเนินกิจการทอผ้าและผ้าไหม โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน โซนที่ 1 มีอาคาร 5 อาคาร ภายใต้ชื่อโรงงานเอ็ม เค เท๊กซ์ไทล์และโซนที่ 2 มี 4 อาคาร ภายใต้ชื่อโรงงานทอผ้า มหามงคล(เฮียบเชียง) ซึ่งเป็นของ 4 พี่น้องตระกูล มหามงคล โดยโซนและอาคารที่เกิดเหตุ จดทะเบียนในนามบุคคลระบุชื่อนางสาวสุดา มหามงคล ซึ่งเป็น 1 ใน 4 พี่น้องตระกูลมหามงคล และในระหว่างที่เกิดเหตุนั้นคนงานกะดึกกำลังปฏิบัติงานอยู่ เบื้องต้นยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
นายวิชัย มหามงคล อายุ 53 ปี กรรมการผู้จัดการ บอกว่า ขณะที่ตนกำลังผักผ่อนอยู่ที่บ้านนั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ในโรงงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารที่ 1 ในส่วนโซน 1 ซึ่งเป็นอาคารที่เก็บผ้าและวัตถุดิบ โดยจุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณกล่องสายไฟใต้หลังคาของอาคาร และเชื้อไฟได้หล่นลงมายังกองผ้าที่เก็บไว้ในอาคาร จึงทำให้เกิดไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว คนงานต่างนำถังดับเพลิงมาฉีดดับไฟแล้ว แต่ไม่สามารถดับไฟได้เนื่องจากภายในอาคารดังกล่าว มีทั้งผ้าและวัตถุดิบที่เป็นใย ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบและช่วยดับเพลิง แต่ก็ไม่สามารถดับเพลิงได้ทันท่วงที ไฟที่โหมรุนแรงภายในอาคาร 1 ทำให้อาคารทรุดตัวลง และลุกลามไปยังอาคารที่ 2 และ ที่ 3 เบื้องต้นคาดว่ามีความเสียหายไม่น้อย 50 ล้านบาท
นายอาข่า อายุ 32 ปี คนงานชาวกระเหรี่ยง ที่ดูแลเครื่องจักร บอกว่า โรงงานทอผ้าแห่งนี้ มีคนงานประมาณ 400-500 คน และเครื่องจักรประมาณ 500 ตัว เป็นโรงงานขนาดใหญ่ โดยคนงานจะหยุดทำงานของทุกวันจันทร์ ก่อนเกิดเหตุตนกำลังออกจากที่พักซึ่งอยู่บริเวณโรงงานเพื่อเดินมาทำงานตามปกติ ก็ได้ยินเสียงคนงานด้วยกันตะโกนว่าเกิดไฟไหม้จึงวิ่งกันมาดูก็ปรากฏว่าไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ตนและเพื่อนคนงานที่กำลังเตรียมตัวเข้าไปทำงานจึงพากันออกมานั่งและยืนอยู่ในบริเวณท้องนา ที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ
ด้านแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ที่อยู่ฝั่งคูตรงข้ามโรงงาน เล่าให้ฟังว่า เวลาประมาณ 7.30 น.ตนได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง ที่บริเวณอาคารที่ 3 ก่อนที่จะเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา พร้อมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นในโรงงานดังกล่าว แต่ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่คนงานกะเช้ายังไม่เข้าทำงานจึงทำให้ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว