24 ธ.ค.57 - "นายกฯ"ร่วมงานปีใหม่สื่อทำเนียบฯ เปิบข้าวเหนียว พร้อมมอบพระพุทธเมตตาเสนานาถ ก่อนร้องเพลงขอใจแลกเบอร์โทร อวยพรให้มีความสุขขออภัยหากล่วงล้ำ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ห้องผู้สื่อข่าวประจำเนียบรัฐบาล (รังนกกระจอกเก่า) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ได้จัดงานเลี้ยงปีใหม่ขึ้น โดยมีการจัดอาหารมารับประทานและแลกของขวัญกันเอง โดยโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางมาร่วมรับประทานอาหารด้วย พร้อมกับพูดจาหยอกล้อกับบรรดาผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้หยิบข้าวเหนียวขึ้นมารับประทาน และบอกว่าถ้าเป็นคนอีสานต้องใช้นิ้วมือสามนิ้วหยิบข่าวเหนียวแล้วต้องจับติ่งหูเพราะข้าวเหนียวร้อน และวันนี้ขอว่าให้เรียกว่าพี่ แต่ขอให้เรียกวันเดียวเท่านั้นนะ
พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้สื่อข่าวสายทหารรู้จักตนดี แต่เมื่อมาสายทำเนียบฯ ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ตนก็เป็นตน มีความปรารถนาดี ตั้งใจทำงานไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับใคร สิ่งใดก็ตามที่จะลดความขัดแย้งลงได้ ตนไม่เคยขัดแย้งพวกเราแต่บางครั้งอะไรมากเกินไปเราก็ต้องชี้แจง จะบอกว่าเป็นนายกฯแล้วโมโหไม่ได้ เพราะเวลาทำบางครั้งก็ไม่เกิดผลผลิตออกมาทันที มันก็ต้องรอ คนเราก็ต้องมีอารมณ์บ้างจะไม่ให้โมโหเลยคงไม่ได้ เราต้องสร้างมิติใหม่ของพวกเราไม่ได้ เราบอกว่าอยู่กับการเมืองมานานแล้ว เราต้องสร้างมิติใหม่ให้ประเทศชาติมั่นคง ถือเป็นวันปีใหม่ ดังนั้นอะไรก็ตามที่ทำให้ประเทศชาติไปข้างหน้าตนก็ยินดีทำ
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบพระพุทธเมตตาเสนานาถ ให้กับผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ร้องเพลงขอใจแลกเบอร์โทรในงานเลี้ยงอาหารค่ำระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ร้องเพลงวันนั้นเพราะผู้นำประเทศลาวขึ้นไปก่อน บอกไปว่าให้มีเพลงของแต่ละประเทศนึกว่าประเทศไทยไม่ต้องร้อง ทุกคนเขามีความสุขกัน เมื่อเขาร้องเพลงนี้เราก็ฟังบ่อยมีเนื้อมาก็ร้อง และประเทศในภูมิภาคนี้เราก็รู้จักกัน จากนั้นผู้สื่อข่าวขอให้พล.อ.ประยุทธ์ร้องเพลง ขอใจแลกเบอร์โทร ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ร่วมร้องเพลงดังกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วย
ขอให้ทุกคนมีความสุข สิ่งใดก็ตามที่ผมในนามของรัฐบาลที่ล่วงล้ำไปบ้างก็ขออภัย ขออโหสิกรรม ให้ลืมๆกันไปปีใหม่เริ่มกันใหม่ ถ้าเราคุยให้สอดคล้องกันว่าคิดอะไรแล้วตรวจสอบทีละขั้นละตอนไม่ห่วง แต่ถ้ากำลังทำอยู่แล้วมาตำหนิลำบาง บางทีไม่เป็นกำลังใจ ผมก็อยากอธิบายให้ไปกันได้ถ้าหงุดหงิดกันแล้วไปกันไม่ได้พล.อ.ประยุทธ์กล่าว พร้อมกับเรียกหา นางยุวดี ธัญญศิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับบอกว่าเป็นพี่ที่ตนเคารพ เป็นภรรยารุ่นพี่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า จากนี้ไปประเทศชาติต้องยั่งยืน ตอนนี้ยังเป็นห่วงอยู่ ชีวิตและจิตใจของพวกตนมอบให้กับประเทศไทยและคนไทยไม่เช่นนั้นไม่ออกมาทำอย่างนี้หรอก เพราะไม่ได้ต้องการอะไรอยู่แล้วแต่เป็นห่วงประเทศชาติ นี่คือของขวัญที่อยากจะขอคนไทยทั้งประเทศคือทำอย่างไรให้ประเทศชาติก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างความแข็มแข็งให้ประเทศไทย แล้วมีความยั่งยืน ลดความเหลี่ยมล้ำความแตกต่างให้ทุกคนอยู่พอกันพอใช้ ซึ่งต้องใช้เวลามากพอสมควร
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกศรัทธาคนไทยให้ได้อย่างที่ ซิโก้ นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยทำได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วนายเกียรติศักดิ์ ทำอย่างอื่นด้วยหรือไม่ต้องเรียกให้ทุกคนให้กำลังใจนายเกียรติศักดิ์ และให้กำลังใจพวกตนด้วย ทั้งนี้ ได้ให้เงินอัดฉีดนายเกียรติศักดิ์ไป 5 ล้านบาทและกำลังจะหาคนมาบริจาคอีกเป็นวงเงินจำนวนมาก ระหว่างแข่งขันตนก็ได้โทรศัพท์ให้กำลังใจไป ขอให้ทุกอย่างมันดี กีฬาเราก็ชนะอะไรก็เหมือนจะดีขึ้น อย่าไปเทียบปีนี้กับปีก่อน ไม่อยากให้ไปเปรียบเทียบใคร เอาวันนี้จะฟันฝ่าอุปสรรคของโลกได้อย่างไร วันนี้โชคดีน้ำมันลง จะให้ลดครึ่งราคาไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีเริ่มต้นแล้วไปจบลงตอนท้าย และการเมืองต้องรู้แพ้รู้ชนะด้วยกฎหมาย ตนพยายามไม่ให้มีข้อขัดแย้งเพิ่มเติม กระบวนการปรองดองก็ว่ากันไปตนไม่เข้าไปยุ่ง แต่ตนเป็นคนรับผิดชอบก็ต้องฟังว่าเขาว่ากันอย่างไร เมื่อได้ข้อสรุปก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป
วันนั้นก็ดูฟุตบอลอยู่ก็เอาใจช่วย และต้องนึกถึงด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรอยู่ และท่านทรงส่งข่าวไปตั้งแต่ตอนพักครึ่งแรกว่า เป็นกำลังใจให้ดูอย่าท้อแท้ให้มีสมาธิในการเล่น ไม่ได้รับสั่งว่าต้องชนะ เพราะท่านเป็นนักกีฬาจึงบอกให้ทุกคนมีสติเล่นด้วยความระมัดระวัง วันนั้นคนมาเลเซียเขาเข้ามาเชียร์เป็นจำนวนมากสุดท้ายปรบมือให้เราเรียกว่าใจหล่อ เราต้องรักประเทศรอบบ้านเพราะเศรษฐกิจจะแก้ไกลไม่ได้ ต้องเริ่มที่รอบบ้านก่อน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพูดคุยและร่วมรับประทานอาหาร นายกรัฐมนตรีได้กลับขึ้นไปทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งระหว่างทางผู้สื่อข่าวและช่างภาพได้ขอถ่ายหมู่เป็นที่ระลึก บ้างก็ขอถ่ายเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง